
แบงก์ขู่ขยับดอกซื้อบ้าน
รอมติกนง.มั่นใจเอ็นพีแอลไม่เพิ่ม
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารพาณิชย์เล็งขยับขึ้นดอกเบี้ยบ้านอีก 0.25% หาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกรอบเป็น 1.75%นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังติดตามผลการประชุม กนง.วันพุธที่ 25 ส.ค.นี้ เพราะหากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อนที่ปรับดอกเบี้ยขึ้นไปแล้ว 0.25% จะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นเงินฝากอีกรอบ จึงมีโอกาสที่ธนาคารจะปรับขึ้นดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านอีกประมาณ 0.25% ตามต้นทุนตลาดเงินที่สูงขึ้น ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี หรือเอ็มแอลอาร์ของธนาคารกสิกรไทยอยู่ที่ 6%
ทั้งนี้ การประชุม กนง.ครั้งต่อไปวันที่ 25 ส.ค. คาดว่าจะปรับดอกเบี้ยเป็น 1.75% และจะมีการประชุมอีกสองครั้งในช่วงปลายปีนี้
นายชาติชาย กล่าวว่า เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นทำให้รายได้คนเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้หนี้เสียของสินเชื่อบ้านลดลงจาก 2.29% มาอยู่ที่ 2.2% ขณะที่สินเชื่อบ้าน 7 เดือนปล่อยได้ 3.7 หมื่นล้านบาท หรือ 96% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 3.9 หมื่นล้านบาท
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ช่วงทิศทางดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น ต้นทุนของลูกค้าย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย ผลจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้รอบที่แล้ว ทำให้ดอกเบี้ยบ้านที่เป็นดอกเบี้ยลอยตัวขยับขึ้นทันทีตามดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์)
ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์เสนอดอกเบี้ยบ้านคงที่ระยะ 12 ปี เพราะยังไม่มั่นใจว่าดอกเบี้ยตลาดจะปรับขึ้นแรงและเร็วเพียงใด หากเสนอโปรแกรมดอกเบี้ยคงที่นานๆ สุดท้ายต้นทุนอาจสูงเกินไป
“
คนกู้เงินซื้อบ้านไม่ควรมองแต่ดอกเบี้ย เพราะถึงแม้ดอกเบี้ยขาขึ้น ไม่ซื้อบ้านวันนี้ แต่ซื้อวันหน้าราคาบ้านก็อาจแพงขึ้น ยิ่งถ้าเศรษฐกิจดี ค่าวัสดุก่อสร้างแพงขึ้นค่าแรงแพงขึ้น บ้านจะแพงขึ้นแน่นอน” นายรุ่งเรือง กล่าวด้านนายอภิชาติ อรรฆย์ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องขยับเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อบ้านตามภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ผู้กู้กู้เงินได้น้อยลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น เดิมหากต้องการกู้เงิน 1 ล้านบาท ต้องผ่อนชำระเดือนละ 6,000 บาท นาน 30 ปี โดยลูกค้าต้องมีรายได้ 1.31.4 หมื่นบาท แต่หลังจากดอกเบี้ยปรับขึ้น ค่างวดอาจเพิ่มเป็น 6,500 บาท ส่วนรายได้ผู้กู้ต้องเพิ่มอีก 1,000 บาท เป็น 1.41.5 หมื่นบาท
นางรัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า คุณภาพลูกหนี้ยังดีอยู่ โดยหนี้เสียกลับปรับลดลงด้วยมาอยู่ที่กว่า 2% อีกทั้งยังไม่เห็นสัญญาณเก็ง กำไร โดยลูกค้านิยมซื้อเพื่ออยู่เอง ไม่ค่อยเห็นการซื้อเพื่อเก็งกำไร หรือทิ้งดาวน์
สำหรับ 6 เดือนแรก ธนาคารปล่อยกู้สินเชื่อบ้านไป 8,000 ล้านบาท ซึ่งเกินครึ่งทางของเป้าหมาย โดยคาดว่าสิ้นปียอดสินเชื่อบ้านคงค้างจะเพิ่มเป็น 1.32 แสนล้านบาท เติบโต 15% จากสิ้นปีก่อนที่ 1.2 แสนล้านบาท
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยอดการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.01 ล้านล้านบาท สูงขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 9.7 แสนล้านบาท สินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านอยู่ที่ 3.04 หมื่นล้านบาท ขณะที่สินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินเปล่าอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท







