posttoday
เป็นหนี้ตลอดชีวิต

เป็นหนี้ตลอดชีวิต

05 ตุลาคม 2559

โดย...กำพล สุทธิพิเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย

โดย...กำพล สุทธิพิเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย

หนี้ในที่นี้ผมหมายถึงแค่ หนี้สินส่วนบุคคลที่ใช้จ่ายเพื่อการบริโภคอุปโภคส่วนบุคคลเท่านั้นนะครับ ไม่รวมหนี้สินเพื่อการธุรกิจ เพราะจะเป็นอีกหลักการหนึ่ง เป็นอีกมุมมองไปเลยครับ การเป็นหนี้ดีหรือไม่ดี จำเป็นหรือไม่จำเป็น  คำถามเหล่านี้หาคำตอบที่ตายตัวไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล คนเราเกิดมาด้วยต้นทุนที่ไม่เท่ากัน เกิดมาบนข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน การจะเปรียบเทียบตัวเรากับคนอื่น ก็ผิดตั้งแต่เริ่มเปรียบเทียบแล้ว ใครที่เกิดมาบนกองเงินกองทองก็ข้ามหัวข้อวันนี้ไปได้เลยครับ ถ้าไม่ใช่ก็มาดูกันต่อว่า จริงๆ แล้วเราควรเป็นหนี้ไหม

ทำไมต้องเป็นหนี้ ก็เพราะมีความต้องการใช้เงิน แล้วเงินที่มีไม่พอ ถามต่อว่าทำไมต้องใช้เงิน คำตอบก็คือใช้ซื้อสิ่งที่จำเป็นในชีวิต แล้วสิ่งที่จำเป็นในชีวิตของเราคืออะไร ทำไมถึงต้องยอมเป็นหนี้กัน เราคิดว่าสิ่งที่จำเป็นในชีวิตของแต่ละคนเหมือนกันไหม ส่วนตัวผมจะตอบว่าเหมือนก็ใช่ จะว่าไม่เหมือนก็ไม่เชิง เพราะสิ่งที่จำเป็นในชีวิตคนเรามีแค่ปัจจัยสี่เท่านั้น คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค

แต่ปัจจัยสี่ของแต่ละคนก็มีดีกรีที่ไม่เท่ากัน เช่น อาหาร บางคนทานข้าวราดแกง บางคนต้องทานอาหารญี่ปุ่น บางคนทานกาแฟแก้วละ 20 บาท แต่บางคนก็ต้องทานแก้วละ 150 บาท หรือที่อยู่อาศัย บางคนอยู่ห้องเช่า บางคนมีคอนโดเป็นของตัวเอง บ้างก็ทาวน์เฮาส์ หรือก็บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ใช้เงินเยอะกว่า จะกลายเป็นว่าใช้เงินเกินความจำเป็นเสมอไปนะครับ เพราะว่าความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดีกรีของความจำเป็นเลยไม่เท่ากัน

เช่น เวลาพูดถึงจักรยาน ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะนึกภาพว่าเป็นจักรยานจ่ายตลาด ก็จะไม่เคยเข้าใจว่าทำไมจักรยานจะต้องมีราคาขนาดนั้น ทำไมต้องเบา ทำไมต้องมี 20 กว่าเกียร์ ทำไมต้องมีหลายจาน เช่นเดียวกับที่ผู้ชายเองก็ไม่เคยเข้าใจผู้หญิงส่วนใหญ่ว่าทำไม ในชีวิตต้องมีรองเท้าเยอะขนาดนั้น รองเท้าใส่ทำงาน รองเท้าใส่เสาร์-อาทิตย์ รองเท้าใส่กับกางเกงขาสั้น รองเท้าเดินชายหาด เป็นต้น ดังนั้นจำเป็นของแต่ละคน เถียงกันให้ตายก็เถียงไม่จบครับ เพราะความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งจำเป็นในชีวิตเราแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน

ก็มาดูว่าแต่ละช่วงชีวิตของคนเราทำไมต้องใช้เงินกันเยอะแยะ

Early Development เป็นช่วงของคนที่เพิ่งจบ และเริ่มทำงาน เงินเดือนจะยังไม่มากนัก แต่มีค่าใช้จ่ายพอสมควร เพราะต้องเริ่มเข้าสังคมที่ทำงาน บางคนอาจจะซื้อรถ เช่าหรือผ่อนคอนโดอยู่

Family Growth ช่วงนี้คนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามความรับผิดชอบที่มากขึ้น มีงานที่มั่นคง มีครอบครัว แต่งงาน มีลูก จึงต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลตามภาระที่เพิ่มขึ้น ต้องมีสินเชื่อบ้านสินเชื่อเพื่อการตกแต่งบ้าน ซื้อประกันชีวิตให้ตนเอง ซื้อประกันชีวิตและสุขภาพให้ลูก

Mid-Life เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายที่สูง เนื่องจากค่าใช้จ่ายครัวเรือนที่สูง รวมทั้งค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของลูก ค่าผ่อนรถ ซ่อมรถ ซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่คนมีความต้องการใช้เงินสูงที่สุด

Empty Nest เป็นช่วงที่รายได้ก็เพิ่มขึ้นเยอะ เงินเก็บก็เริ่มเป็นกอบเป็นกำ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เริ่มลดลง เช่น ลูกโตแล้ว รถก็ผ่อนหมดแล้ว บ้านก็เหลือหนี้ไม่เท่าไร ดังนั้น ความต้องการกู้ยืมเงินจะลดลง เพราะรายได้เริ่มเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแล้ว

Retirement เป็นช่วงที่สะสมทรัพย์ ความต้องการใช้เงินนอกจากค่ากินอยู่แล้ว แทบจะไม่มี

จะเห็นว่าความต้องการทางการเงินเพื่อใช้จ่ายส่วนบุคคล มีอยู่กับเราไปตลอดทุกช่วงอายุ วิธีการได้เงินมาก็มีหลายวิธี ทั้งกู้ยืมกันในหมู่ญาติ เล่นแชร์ โรงรับจำนำ กู้นอกระบบ กู้ยืมจากสถาบันการเงิน

ก็เพราะความต้องการใช้เงินในสิ่งที่จำเป็นมีอยู่ตลอดทุกช่วงของชีวิต เราถึงต้องมีหนี้กันอยู่ตลอดทุกช่วงชีวิต ถามว่าไม่มีหนี้ได้ไหม อยากได้สิ่งที่จำเป็นในชีวิตก็เก็บเงินซื้อเอา แม้ว่าเราจะตัดความอยากได้อยากมีออกจากอารมณ์ได้ แต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ ก็ยังคงมีอยู่ เช่น บ้าน เราสามารถเก็บเงินจนครบ แล้วนำเงินเก็บนั้นไปซื้อบ้าน ถามว่าทำได้ไหม คำตอบคือ ทำได้ยาก เพราะผลตอบแทนของเงินเก็บ หรือแม้แต่เงินเก็บที่เราเก็บเพิ่มขึ้น มันเพิ่มขึ้นไม่ทันราคาบ้านที่ขึ้นในแต่ละปี เราถึงต้องการสินเชื่อบ้านกัน อย่าบอกว่าก็ซื้อหลังเล็กๆ นะครับ เพราะอย่างที่บอกไปตอนแรกแล้วว่า ความสุขของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน

แต่สิ่งที่สำคัญของการเป็นหนี้คือ ต้องเป็นหนี้อย่างมีสติ มีการวางแผนการเป็นหนี้ไว้แล้ว เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ เป็นต้น หรือแม้แต่การที่เราซื้อสินค้าต่างๆ แล้วผ่อน 0% 10 เดือน ถ้าเรามีการวางแผนไว้ว่าซื้อเพื่ออะไร และในอีกสิบเดือนถัดไปเรามีการกันเงินสดไว้จ่ายในส่วนนี้ไว้ อย่างนี้เรียกว่าเป็นหนี้อย่างมีสติ หนี้อันนี้มีได้

แต่การเป็นหนี้อย่างขาดสติ อันนี้ต่างหากที่ไม่ควรเป็นหนี้ เช่น ซื้อของที่เราอยากได้ โดยไม่มีการวางแผนไว้ก่อน และพอถึงเวลาชำระบัตรเครดิต ชำระแค่ขั้นต่ำ และไม่ทราบเลยว่าจะชำระครบได้เมื่อไร เดือนใหม่ก็ใช้เงินทบไปอีก หนี้แบบนี้ต่างหากที่ไม่ควรมี ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของชีวิตครับ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69