posttoday
Holy Grail Marketing

Holy Grail Marketing

30 กันยายน 2559

กระเป๋าถือผู้หญิงรุ่น Birkin ยี่ห้อ Hermes ถือว่าเป็นหนึ่งในไอคอนของวงการแฟชั่นชั้นสูง เป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของผู้หญิงไม่จำกัดวัย เชื้อชาติ ทุกคนล้วนต่างหมายปอง อยากได้มาครอบครองกันทั้งนั้น เพราะบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมของคนที่เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

กระเป๋าถือผู้หญิงรุ่น Birkin ยี่ห้อ Hermes ถือว่าเป็นหนึ่งในไอคอนของวงการแฟชั่นชั้นสูง เป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของผู้หญิงไม่จำกัดวัย เชื้อชาติ ทุกคนล้วนต่างหมายปอง อยากได้มาครอบครองกันทั้งนั้น เพราะบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมของคนที่เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

Birkin ถือกำเนิดในปี 1984 โดยได้รับการตั้งชื่อตามนักแสดงสาวชาวอังกฤษชื่อ Jane Birkin ซึ่งเป็นคนที่แลกเปลี่ยนไอเดียของกระเป๋ากับ CEO ของ Hermes ในช่วงเวลานั้น ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดตัว Birkin ยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก เริ่มมาได้รับความนิยมจริงๆ ก็ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 แต่หลังจากนั้นก็กู่ไม่กลับ ครอบครองสถานะของสุดยอดกระเป๋าที่ผู้หญิงทั่วโลกปรารถนาอยากได้มาครอบครอง

แต่ไม่ว่าจะได้รับความนิยมมากสักเพียงใด กระบวนการผลิตของBirkin ยังคงรักษาธรรมเนียมเดิม ประณีตทุกขั้นตอน และเย็บด้วยมือทั้งชิ้น แต่ละใบต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง จึงจะสำเร็จเป็นกระเป๋าใบงาม

จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าในแต่ละปีจะมี Birkin ออกมาให้ผู้หญิงทุกคนได้จับจองเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับความต้องการ ผมถึงบอกว่าใช่ว่าจะมีเงินแล้วจะซื้อหามาได้

Hermes กำหนดว่าคนที่จะได้มีโอกาสครอบครอง Birkin จะต้องซื้อสินค้าอื่นๆ ของร้านเป็นจำนวนระดับหนึ่งเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นสายหนังรัดข้อมือ นาฬิกา เข็มขัด สินค้าเหล่านี้ถือเป็นใบเบิกทางให้สตรีแต่ละท่านได้เป็นที่รู้จักกับ Hermes และเมื่อรู้จักกันพอสมควรแล้ว (ตามยอดการซื้อสินค้าเหล่านั้น) จึงจะมีโอกาสได้สัมผัสกับ Birkin หากอยากได้หนังหรือสีที่หายากขึ้นไปอีก ก็ต้องมีประวัติกับทางร้านยาวนาน และเป็นจำนวนเงินมากขึ้นไปอีก

กลยุทธ์ทางการตลาดเช่นนี้ ผมขอเรียกว่า “Holy Grail Marketing”

ตามความหมายภาษาอังกฤษ Holy Grail หมายถึง สิ่งของที่เป็นที่ใฝ่ฝัน สุดยอดปรารถนาของผู้คน แต่ยากที่จะได้มาครอบครอง ซึ่งตรงกับวิธีการของ Hermes ที่วางตำแหน่งของ Birkin ให้อยู่บนสุดของลำดับขั้นของสินค้าตนเอง

“Holy Grail Marketing” เป็นคนละเรื่องกับกลยุทธ์ขายพ่วงที่นักการตลาดนิยมทำกัน ถึงแม้ดูเผินๆ อาจจะคล้ายกัน

สิ่งที่ต่างกันที่สุดคือ ตัว “Holy Grail” หรือสินค้าตัวท็อปนั้น ต้องมีคุณค่า เป็นที่นิยมและหมายปอง ขณะเดียวกันก็เป็นสินค้าที่มีความร่วมสมัย อยู่ได้ตลอด ถึงแม้เวลาแปรเปลี่ยนไป

ขณะที่การขายพ่วงคือการบังคับขาย ลูกค้าจะซื้อสินค้าชิ้นหนึ่งที่ตนต้องการ แต่ต้องซื้ออีกชิ้นหนึ่งพ่วงมาด้วย ถึงแม้ไม่อยากได้ แต่ก็จำทนเพราะต้องการสินค้าอีกชิ้นหนึ่ง 

แต่สิ่งที่ต่างที่สุดคือ ความรู้สึกของลูกค้า ขายพ่วงลูกค้ากล้ำกลืนฝืนทน คุณค่าของสินค้าตัวหลักลดลง

Holy Grail ลูกค้าเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ สินค้าที่ซื้อระหว่างทางถือเป็นการลงทุน เมื่อได้ตัวท็อปมา อิ่มเอม เปรมปรีดิ์

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก