
Perpetual Bond ทางเลือกยุคดอกเบี้ยต่ำ
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนนำตราสารหนี้มานำเสนอให้ดิฉันได้ตัดสินใจค่ะ บทความสัปดาห์นี้เลยขอพูดถึงเรื่องนี้สักหน่อย
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนนำตราสารหนี้มานำเสนอให้ดิฉันได้ตัดสินใจค่ะ บทความสัปดาห์นี้เลยขอพูดถึงเรื่องนี้สักหน่อย
โดยปกติแล้วตราสารหนี้ถือเป็นเครื่องมือการลงทุนที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด ประเภทของตราสารหนี้ที่เราคุ้นเคยกันหลักๆ ก็จะมีพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ภาคเอกชน ซึ่งตราสารหนี้ทุกประเภทนั้นจะมีเครดิตเรตติ้งเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้กู้เงิน แถมยังมีการจ่ายดอกเบี้ยและอายุการไถ่ถอนที่ชัดเจนค่ะ เหตุนี้จึงทำให้การลงทุนในตราสารหนี้มีความมั่นคงและนักลงทุนทำความเข้าใจได้ง่าย
นอกจากนั้นแล้ว เราต้องเข้าใจค่ะว่าเมื่อเราซื้อตราสารหนี้ไปแล้ว เราก็อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ของบริษัทผู้ออกตราสาร แต่เราก็ต้องดูด้วยว่าตราสารหนี้ที่เราซื้อนั้นอยู่ใน Class ใด ซึ่งการแบ่ง Class ของตราสารหนี้นั้นจะบ่งบอกถึงลำดับการได้รับเงินคืนในกรณีที่ผู้ออกตราสารหนี้เกิดล้มละลาย และต้องมีการขายทรัพย์สินเพื่อคืนเจ้าหนี้
โดยปกติแล้วตราสารหนี้ที่ขายกันในตลาดนั้น มักจะเป็น Senior Unsecured Bond ค่ะ หรือตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิ แต่ไม่มีหลักประกันค่ะ ซึ่งถือว่าเป็น Class ต้นๆ ที่จะได้รับเงินคืนกรณีล้มละลายต่อจากตราสารหนี้ที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันชัดเจน
ในโลกยุคปัจจุบันนั้น นอกจาก Class หรือลำดับการชำระเงินกรณีกิจการล้มละลายแล้ว โลกของตราสารหนี้ก็มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากเราอยู่ในสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ทำให้ผู้คนมองหาเครื่องมือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงในระยะยาว
บทความวันนี้ก็อยากจะพาท่านมาทำความรู้จักกับตราสารหนี้ที่เรียกว่า Perpetual Bond หรือตราสารหนี้ที่ไม่กำหนดอายุไถ่ถอน โดย Perpetual Bond นั้นมีลักษณะเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) ประเภทหนึ่ง โดยหุ้นกู้ประเภทนี้ทางผู้ออกจะกำหนดตารางการใช้สิทธิไถ่ถอน หรือ Call เอาไว้เมื่อจำหน่าย ซึ่งผู้ออกอาจจะใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ตัวนี้เมื่อถึงเวลาก็ได้ ตรงนี้จึงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนจะต้องเผชิญ
ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่เป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิก็ทำให้ลำดับการได้รับชำระเงินคืนกรณีกิจการล้มละลายจะอยู่ลำดับหลังๆด้วย เหตุนี้เองจึงทำให้อัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ที่ปราศจากอายุไถ่ถอนนี้จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วๆ ไป ตัวอย่างของผู้ออกหุ้นกู้ประเภทนี้ที่มีขายในตลาดจริงๆ ก็คือหุ้นกู้ของ ปตท.สผ. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส หรือ IVL และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์
ด้วยความที่หุ้นกู้ประเภทนี้ไม่มีกำหนดคืนเงินต้นที่แน่นอน และก็มีความเสี่ยงที่เมื่อถึงกำหนดใช้สิทธิไถ่ถอนตัวผู้ออกอาจจะไม่ใช้สิทธิ ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องพึ่งพาตลาดรองในการซื้อขายเปลี่ยนมือ กรณีที่เราต้องการเงินต้นคืน ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสภาวะตลาดและผลประกอบการของบริษัทผู้ออกว่าเราจะขายคืนในราคาที่คุ้มค่าหรือเปล่า
แต่อย่างไรก็ตาม ในสภาวะที่ดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานแบบนี้ ดิฉันเชื่อค่ะว่าเราคงจะเห็นแนวโน้มที่ธุรกิจหันมาออกหุ้นกู้ที่ไม่กำหนดอายุไถ่ถอนกันมากขึ้น และก็จะมีนักลงทุนที่แสวงหาอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าในตลาดให้ความสนใจไม่น้อยเช่นกัน
ดังนั้นแล้ว ดิฉันคิดว่าหุ้นกู้ที่ไม่กำหนดอายุไถ่ถอนนี้ จึงเป็นเครื่องมือการลงทุนที่น่าสนใจ และเราน่าจะมาลองศึกษากัน เมืองไทยเองเราก็มีตัวอย่างคนที่ออกหุ้นกู้ประเภทนี้แล้ว และในอนาคตก็น่าจะมีธุรกิจที่สนใจออกเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกการลงทุนในยามที่อัตราดอกเบี้ยยังคงต่ำไปอีกนาน
ทั้งนี้ ก่อนทำการลงทุนก็ควรทำความเข้าใจ และชั่งน้ำหนักระหว่างอัตราผลตอบแทนที่จะได้รับและความเสี่ยงต่างๆ ที่เราต้องเผชิญเมื่อลงทุนในหุ้นกู้ที่ปราศจากอายุไถ่ถอนค่ะ







