
'ทาลิส'ตัดใจถือเงินสด95%
“ประภาส” เผยพอร์ต บลจ.ทาลิส ถือเงินสด 95% ป้องกันความเสี่ยงขาลง รอจังหวะช็อปของถูกต้น ต.ค.ได้ฤกษ์ขายกองทุนรวม
“ประภาส” เผยพอร์ต บลจ.ทาลิส ถือเงินสด 95% ป้องกันความเสี่ยงขาลง รอจังหวะช็อปของถูกต้น ต.ค.ได้ฤกษ์ขายกองทุนรวม
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทาลิส เปิดเผยว่าปัจจุบันการเพิ่มการถือครองเงินสดมากถึง 95% ของพอร์ต เนื่องจากประเมินว่า ในระยะ 2-3 ปีนับจากนี้ มีปัจจัยเสี่ยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีแนวโน้มจะเป็นไปในเชิงลบมากกว่าบวก
“ที่ผ่านมาจะลงทุนหุ้นเต็มพอร์ตตลอดเวลา แต่รอบนี้เป็นการถือเงินสดมากที่สุด เพราะกลัวความไม่แน่นอนที่มีอยู่สูง จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม และที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยได้แสดงพฤติกรรมไม่ปกติให้เห็นแล้ว หลังจากที่ปรับเพิ่มขึ้นมา 6 เดือน แต่ใช้เวลาเพียง 8 วันเอาคืนหมด ซึ่งหุ้นที่ถืออยู่ 5% ของพอร์ตนั้นเป็นหุ้นที่มั่นใจได้ว่า จะรับแรงกระแทกได้สบาย” นายประภาส กล่าว
นายประภาส ยอมรับว่า การถือครองเงินสดมากถึง 95% มีโอกาสที่จะเสียโอกาสในการทำกำไรหากราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น แต่หากราคาหุ้นตกลงไปไปถึงระดับที่เหมาะสมก็พร้อมที่จะกลับเข้าไปลงทุน
“ดัชนีประมาณ 1,400 จุด เป็นระดับที่สบายใจที่จะเข้าไปลงทุน และถ้าลดลงไปถึง 1,200 จุด ที่อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PB) เท่ากับ 1.5 เท่า จะเป็นระดับที่มูลค่าหุ้นถูกมาก และเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะทำให้ฟื้นกลับมาได้ โดยในปี 2560 ประเมินว่า หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่คาดไม่ถึงตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวระหว่าง 1,400-1,750 จุด เนื่องจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตได้ประมาณ 10-15% จากปีนี้” นายประภาส กล่าว
นายประภาส ยังกล่าวถึงเม็ดเงินที่จะเข้ามาลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ในช่วงปลายปีนี้ว่า อาจจะไม่มีผลต่อบวกต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก เนื่องจากผู้จัดการกองทุนจะยังไม่นำเงินไปลงทุนทันที แต่จะเก็บเงินสดไว้รอการไถ่ถอนในช่วงต้นปี 2560 ที่คาดว่าจะมีผู้ถือหน่วยที่ถือครองมาครบ 5 ปีปฏิทินขายหน่วยออกมา
นายประภาสได้แนะนำให้นักลงทุนถือครองเงินสดมากกว่า 50% และกลับมาซื้อขายทำกำไรเมื่อดัชนีปรับลดลงไปต่ำกว่า 1,400 จุด เพราะตลาดหุ้นในช่วง 1-2 ปีจากนี้จะมีความผันผวนสูงมาก และมีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนลดลงจากเฉลี่ย 11% ต่อปี เหลือประมาณ 7-8% ต่อปี ทำให้การบริหารจัดการความเสี่ยงในการลงทุนมีความสำคัญมากขึ้น
“กลยุทธ์ตอนนี้ คือ ต้องปลอดภัยไว้ก่อน และถือคติว่า เสียดายดีกว่าเสียใจ” นายประภาส กล่าว
นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานเสวนา “ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน ปี 2017” ว่า การเก็บเงินสดไว้บ้างในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะในอนาคตจะมีทรัพย์สินที่ราคาปรับลดลงมาให้ซื้อได้ในราคาถูก โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในยุโรป อังกฤษ รวมทั้งคอนโดมิเนียมในประเทศไทย
นอกจากนี้่ นายประภาส กล่าวว่า บลจ.ทาลิส เตรียมเปิดขายกองทุนทาลิสเฟล็กซิเบิ้ล ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่สามารถลงทุนหุ้นได้ตั้งแต่ 0-100% ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจะเสนอขายระหว่างวันที่ 5-12 ต.ค.นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท
“กองทุนนี้จะมีนโยบายการบริหารแบบเดียวกับกองทุนส่วนบุคคล โดยจะลงทุนหุ้นประมาณ 20 บริษัท ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรปีละประมาณ 15-20% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งมีอยู่ไม่ถึง 50 บริษัทในตลาดหุ้นไทย ขณะที่ราคาหุ้นจะต้องไม่ผันผวนมากเมื่อเกิดวิกฤต โดยกองทุนจะพยายามสร้างผลตอบแทนให้ได้ปีละ 10% อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกจะถือเงินสดมากหน่อยและจะยังไม่ลงทุนทันที เพราะต้องรอให้ความเสี่ยงของตลาดลดลงก่อน” นายประภาส กล่าว
ขณะที่ นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ทาลิส กล่าวว่า มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ในปัจจุบันอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว จึงปรับเพิ่มเป้าหมายในปีนี้เพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท และภายในปีนี้มีแผนที่จะออก LTF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนหุ้น







