
สัญญาณเตือน
ผลประชุม FOMC มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยตามเดิมที่ 0.25-0.50% แม้ว่าจะผิดไปจากที่ฝ่ายวิจัยคาดหมาย แต่จากการที่ประธานเฟด เจเน็ต เยลเลน ออกมาระบุหลังการประชุมว่า คาดหวังที่จะเห็นการปรับดอกเบี้ยขึ้น 1 ครั้งในปีนี้ เท่ากับเป็นการเปิดสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว นอกจากนั้นการที่กรรมการเฟด 3 ท่านโหวตให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ถือเป็นจำนวนเสียงที่มากที่สุดในรอบ 2 ปี ที่น่าสนใจคือมีกรรมการ 3 ท่านที่แม้จะโหวตให้คงดอกเบี้ย แต่ต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต และมีเพียง 3 ท่านที่ต้องการให้คงดอกเบี้ยต่อในระยะยาว
ผลประชุม FOMC มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยตามเดิมที่ 0.25-0.50% แม้ว่าจะผิดไปจากที่ฝ่ายวิจัยคาดหมาย แต่จากการที่ประธานเฟด เจเน็ต เยลเลน ออกมาระบุหลังการประชุมว่า คาดหวังที่จะเห็นการปรับดอกเบี้ยขึ้น 1 ครั้งในปีนี้ เท่ากับเป็นการเปิดสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว นอกจากนั้นการที่กรรมการเฟด 3 ท่านโหวตให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ถือเป็นจำนวนเสียงที่มากที่สุดในรอบ 2 ปี ที่น่าสนใจคือมีกรรมการ 3 ท่านที่แม้จะโหวตให้คงดอกเบี้ย แต่ต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต และมีเพียง 3 ท่านที่ต้องการให้คงดอกเบี้ยต่อในระยะยาว
Fed Fund Futures ให้ความเห็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 61.2% สอดคล้องผลสำรวจของบลูมเบิร์ก พบนักเศรษฐศาสตร์ 48 จาก 59 คน (คิดเป็น 81%) คิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ส่วนการคาดการณ์แนวโน้มของกรรมการเฟด เมื่อดูจาก Dot Plot ส่วนใหญ่คิดว่าดอกเบี้ยในปี 2559 จะอยู่ที่ 0.625% ปี 2560 ที่ 1.125% ปี 2561 ที่ 1.875% ปี 2562 ที่ 2.625% และระยะยาว 2.875% (ซึ่งน้อยลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนปี 2559 ที่ 0.875% ปี 2560 ที่ 1.625% ปี 2561 ที่ 2.375% และระยะยาว 3%) เท่ากับว่าเฟดคิดที่จะปรับดอกเบี้ยขึ้น 1 ครั้งปีนี้ และปรับปีละ 2 ครั้งใน 3 ปีข้างหน้า น้อยลงจากเดิมที่จะปรับขึ้นปีละ 3 ครั้ง
ผลประชุมของเฟดเป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดเตรียมตัวสำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเหมือนกับช่วงปลายปีก่อนที่เฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยจากการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. 2558 ดัชนีดาวโจนส์ตอบรับเชิงบวกแค่วันแรกของการประชุมวันที่ 16 ก.ย. ที่ 0.87% แต่หลังจากนั้นก็ลงต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน 4.6% เช่นเดียวกับการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค. หลังเฟดมีมติคงดอกเบี้ยดาวโจนส์บวกรับข่าวขึ้นมา 1 สัปดาห์ติดต่อกัน 2% ก่อนที่จะมากังวลการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. ทำให้ดาวโจนส์ปรับร่วงใน 2 สัปดาห์ถัดมากว่า 4% และหลังจากที่การประชุมวันที่ 15-16 ธ.ค. เฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แม้ว่าดาวโจนส์จะปรับเพิ่มขึ้น 1.3% แต่ก็พลิกกลับมาปรับลดลงใน 2 วันถัดมากว่า 3.5% ก่อนที่จะลงต่อเนื่องอีก 1 เดือน 4.2%
ด้วยสัญญาณเตือนที่เฟดส่งออกมา บวกผลประชุมธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นที่ผ่านไป เป็นการยืนยันว่าแนวโน้มการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำหรือติดลบได้จบไปแล้ว โลกกำลังเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น คาดว่านับจากนี้จะทำให้ตลาดผันผวนรุนแรงมากขึ้น SET Index ยังมีความเสี่ยงเผชิญกับกระแสเงินทุนไหลออก โดยเฉพาะช่วงใกล้การประชุมเฟดเดือน ธ.ค. ทำให้ดัชนีมีโอกาสปรับฐานหนัก ฝ่ายวิจัยยังคงเป้า SET สิ้นปีที่ 1,530 จุด ที่เดิม







