
ปตท.ร่วมทุนปตท.สผ.
หาซื้อแหล่งปิโตรเลียมทำธุรกิจครบวงจร รวมพลังจุดแข็ง
หาซื้อแหล่งปิโตรเลียมทำธุรกิจครบวงจร รวมพลังจุดแข็ง
PTT มีตลาดพร้อม ส่วน PTTEP ไม่ต้องเสี่ยงสูง มีเงินเหลือหาโอกาสลงทุนในช่วงน้ำมันต่ำเพิ่มปริมาณแหล่งสำรอง
แหล่งข่าวผู้บริหาร บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า การประชุม Strategic Thinking Session (STS) ของกลุ่ม ปตท. เมื่อกลางปี 2559 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งได้กำหนดกรอบความร่วมมือการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นระหว่างบริษัท ปตท. (PTT) กับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ตามรูปแบบการทำธุรกิจสำรวจและผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ผลิตภัณฑ์จากก๊าซธรรมชาติ ปกติขนส่งทางท่อเปลี่ยนเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนส่งทางเรือถือเป็นกลุ่มธุรกิจกลางน้ำที่ ปตท.มีความเชี่ยวชาญรวมถึงการขนส่งทางท่อและคลังบรรจุก๊าซ
สำหรับรูปแบบเบื้องต้น ปตท.จะร่วมทุนในธุรกิจกลางน้ำด้วย ในกรณีที่ ปตท.สผ.ซื้อหุ้นบางส่วนในแหล่งปิโตรเลียมใหม่ หรือกรณีที่ซื้อแหล่งปิโตรเลียมใหม่ทั้งหมด ปตท.จะเข้าไปร่วมทุนด้วย โดยใช้ความเชี่ยวชาญร่วมกันพัฒนาโครงการให้ครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ขณะเดียวกัน ยังเกิดประโยชน์ร่วมกันทางธุรกิจ เพราะ ปตท.มีตลาดมีลูกค้าซื้อสินค้ารองรับอยู่แล้ว ส่วน ปตท.สผ.ก็ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเองทั้งหมด เพื่อพัฒนาโครงการที่มากเกินไป เน้นลงทุนเฉพาะธุรกิจหลักคือธุรกิจต้นน้ำที่มีความชำนาญจะได้มีเงินสดมากเพียงพอเตรียมไว้ซื้อแหล่งปิโตรเลียมที่มีการผลิตอยู่แล้ว โดยอาศัยโอกาสในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ปัจจุบัน PTTEP มีอายุแหล่งปริมาณสำรองปิโตรเลียมเหลือค่อนข้างต่ำเพียงประมาณ 5-6 ปี จากในอดีตที่เคยมีสูงถึงประมาณ 11-12 ปี
“การร่วมทุนของ ปตท.ส่วนหนึ่งเป็นการเข้าไปเสริม ปตท.สผ. ให้โฟกัสเฉพาะธุรกิจต้นน้ำไม่ต้องนำเงินลงทุนในด้านที่ไม่เชี่ยวชาญ PTT จะเป็นผู้ลงทุนเอง เพราะการลงทุนธุรกิจต้นน้ำโดยธรรมชาติมีความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนก็สูงด้วย และต้องเตรียมเงินไว้ใช้ลงทุนค่อนข้างมาก เช่น โครงการโมซัมบิกเข้าไปซื้อหุ้นสัดส่วนเพียง 8.5% ใช้เงินลงทุนถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงซื้อแหล่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มอายุปริมาณสำรอง” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า แผนการร่วมมือการทำธุรกิจระหว่างบริษัทกับ ปตท. ขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาร่วมกันหลายโครงการ ซึ่งจะเป็นแผนการลงทุนเพิ่มเติม นอกจากแผนธุรกิจของบริษัทในปี 2560 ที่อยู่ระหว่างการจัดเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาในเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2559
ขณะที่รูปแบบของการร่วมมือระหว่าง ปตท.กับ ปตท.สผ.จะมีความแตกต่างจากเดิม เบื้องต้นจะเป็นลักษณะการร่วมลงทุนครั้งแรก เพื่อเข้าไปซื้อแหล่งปิโตรเลียมใหม่นำมาพัฒนาโครงการร่วมกันในโครงการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแหล่งปิโตรเลียมส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ ซึ่งบริษัทมีความชำนาญนับว่าเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มีการศึกษาร่วมกันแต่ไม่เคยลงทุนร่วมกัน
“หากราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในอนาคตจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่บริษัทต้องการเร่งดำเนินการลงทุนโครงการนี้ให้เสร็จโดยเร็ว แต่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจน” นายสมพร กล่าว
สำหรับมุมมองต่อผลการประชุมระหว่างรัสเซียกับกลุ่มประเทศโอเปกในช่วงปลายเดือน ก.ย. 2559 หากบรรลุข้อตกลงในการดูแลควบคุมโควตาการผลิตน้ำมันจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจากเดิมที่บริษัทประเมินแนวโน้มราคาในช่วงครึ่งปีหลังอยู่ที่ระดับ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามผลการประชุมที่จะออกมา
น.ส.พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี ปตท.สผ. กล่าวว่า ปตท.และ ปตท.สผ. มีความเห็นตรงกันว่าจะต้องมีความร่วมมือในการทำธุรกิจมากขึ้น จากเดิมที่ ปตท.จะเป็นเพียงผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติบางแหล่งของบริษัท โดยเฉพาะความร่วมมือในธุรกิจแอลเอ็นจี ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องซื้อต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อทดแทนจากแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศที่เริ่มจะทยอยหมดลง
“เป็นโอกาสที่ ปตท.สผ.และ ปตท.จะร่วมกันออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศในรูปแบบห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยบริษัทเข้าไปพัฒนาในส่วนต้นน้ำและ ปตท.เข้าไปทำในส่วนกลางน้ำ ซึ่งทำในส่วนที่แต่ละบริษัทมีความเชี่ยวชาญ เบื้องต้นมีแนวคิดจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) โดยถือหุ้นร่วมกันเพื่อเข้าไปพัฒนาโครงการแบบครบวงจรในแหล่งปิโตรเลียมใหม่ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาเข้าไปซื้อรวมถึงมีความยืดหยุ่นในความร่วมมือรูปแบบอื่นๆ ขึ้นกับความเหมาะสมของโครงการ” น.ส.พรรณนลิน กล่าว







