
TSEบุกไฟฟ้าชีวมวล
ทุ่ม2,505ล้านบาทลงทุน3โครงการ หุ้นวิ่งแรงรอกำไรก้อนโต
ทุ่ม2,505ล้านบาทลงทุน3โครงการ หุ้นวิ่งแรงรอกำไรก้อนโต
ไทยโซล่าร์ฯ ติดเครื่องขยายลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิต 22.2 เมกะวัตต์ เพิ่มพอร์ตเร่งการเติบโต
นายสมภพ พรหมพนาพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการลงทุนในบริษัท ออสการ์ เชฟ เดอะ เวิลด์ (OSCAR) สัดส่วน 70% เพื่อดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล 2 โครงการ กำลังการผลิตโครงการละ 8.8 เมกะวัตต์ รวม 17.6 เมกะวัตต์ ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าและสัญญาขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้ว
ทั้งนี้ การลงทุนและก่อสร้างโครงการตามสัดส่วนการลงทุนของบริษัทมีทั้งสิ้น 1,955 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าซื้อหุ้น OSCAR จากบริษัท ไทยนครพาราวู้ด (TNP) จำนวน 220 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 1,440 ล้านบาท และพัฒนาโครงการจำนวน 295 ล้านบาท
สำหรับวัตถุประสงค์ของการลงทุนคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น เพราะธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต นโยบายภาครัฐให้การสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอื่นอย่างเต็มที่ ทั้งด้านชีวมวล ขยะ โครงการผลิตไฟฟ้าของ OSCAR ทั้งสองโครงการกำลังเปลี่ยนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระบบการรับซื้อค่าไฟแบบ Adder เป็นแบบ FiT
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติการลงทุนในบริษัท บางสวรรค์ (BSW) ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิตเสนอขาย 4.6 เมกะวัตต์ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเริ่มลงทุนในสัดส่วน 49% และจะเพิ่มเป็น 100% ของทุนจดทะเบียน หลังจากมีการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปแล้ว 3 ปี โดยมีมูลค่าการลงทุนและการก่อสร้างโครงการทั้งสิ้น 550 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 450 ล้านบาท และค่าพัฒนาโครงการ 100 ล้านบาท ส่วนแหล่งเงินลงทุน 2 บริษัทดังกล่าว จะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทและการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท หลังเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลรวม 22.2 เมกะวัตต์ เพิ่มกำไรปีละ 180-200 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าหุ้นราว 1.30 บาท ปัจจุบันมีใบอนุญาตขายไฟในมือราว 152 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 5.60 บาท
“หุ้น laggard เทรดพีอีเพียง 16.2 เท่า ขณะที่บริษัทยังมีการเติบโตจากการขยายพอร์ตโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่นและพลังงานทดแทน” บล.เคทีบี ระบุ
ด้านหุ้น TSE รับข่าวดีการขยายการลงทุนครั้งนี้ หนุนราคาขยับขึ้นปิดที่ 5 บาท บวก 0.20 บาท ส่งผลต่อเนื่องถึงผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 20% บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (WAVE) เด้งตามช่วงบ่ายปิดที่ 4.42 บาท เพิ่มขึ้น 0.34 บาท หรือ 8.33%







