posttoday

คนไทยใช้ "กูเกิล" เพื่อการศึกษาเพิ่มต่อเนื่อง

22 กันยายน 2559

กูเกิลเผยคนไทยใช้งานแพลตฟอร์มกูเกิล-ยูทูบเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กูเกิลเผยคนไทยใช้งานแพลตฟอร์มกูเกิล-ยูทูบเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การใช้งานกูเกิลของคนไทยยังคงมีอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่อง การนำแพลตฟอร์มอย่างกูเกิลและยูทูบไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษาสูงสุดนั้น ยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดว่าสูงขึ้นเท่าใด แต่การนำไปใช้งานในเชิงสร้างสรรค์ที่เพิ่มขึ้นถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี

ไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดด้านผู้บริโภค Google ประเทศไทย กล่าวว่า ทุกแพลตฟอร์มด้านระบบการศึกษานั้นยังคงเป็นคอนเทนต์ที่เปิดให้ใช้งานทั่วโลก เพราะคอนเทนต์จากประเทศไทยอย่างเดียวยังไม่พอ แม้ว่าการใช้งานยูทูบในไทยจะโตเร็วมาก รวมทั้งมีผู้ผลิตคอนเทนต์ด้านการศึกษาเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียนในไทยจึงต้องพัฒนาคอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามาเสริมด้วย

“คนไทยยังคงใช้บริการแพลตฟอร์มของกูเกิลมากถึงกว่า 60 ล้านคนตามจำนวนประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศ และยังคงมีการเติบโตเร็วที่สุดอย่างต่อเนื่อง”

ทางกูเกิลได้เปิดให้มีการใช้งานเครื่องมือ Google for Education ฟรี 6 บริการ คือ Gmail, Drive, Calendar, Sites, Groups และ Hangouts ซึ่งมีการใช้งานกว่า 180 ประเทศ จำนวนครูและนักเรียนกว่า 60 ล้านคน

ผลการศึกษาจาก The Economist ปี 2558 พบว่า การทำงานเป็นทีมและติดตามแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้มีข้อมูลที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงข้อมูลอันมหาศาลของนักเรียนนั้นจะมีการวิเคราะห์ แยกแยะและตัดสินว่าข้อมูลใดควรหรือไม่ควรนำมาใช้งานถือว่าเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ครูผู้สอนทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ยกตัวอย่าง โรงเรียนภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่มีการพัฒนาด้านระบบสารสนเทศและอาจารย์กว่า 222 คน นักเรียนกว่า 3,030 คน สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นของกูเกิลในการพัฒนาด้านการศึกษาได้เป็นอย่างดี โดยตัวแทนอาจารย์มองว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานอย่างเป็นทางการนั้น หากภาครัฐสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งเรื่องของอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงความรู้ของเด็กได้ดีเพิ่มขึ้น

ทักษะสำคัญในการพัฒนาการทำงานรูปแบบเดิมนั้น คือ ต้องรู้จักการแก้ปัญหา 51% การทำงานร่วมกัน 33% การสื่อสาร 26% และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 21% หากครูทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดสามารถนำเครื่องมือดิจิทัลไปปรับใช้ในหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ควรจะนำทฤษฎีแบบ 3R7C มาปรับใช้ แบ่งเป็น 3R คือ Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้) และ (A)Rithemetics (คิดเลขเป็น) ส่วน 7C คือ คิดอย่างมีวิจารณญาณ, มีทักษะด้านการสร้างสรรค์, เข้าใจด้านความต่างวัฒนธรรม, ทำงานร่วมกันเป็นทีม, รู้เท่าทันสื่อ, มีความรู้ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร และเข้าใจในอาชีพงาน เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของอาชีพครู

ภาพ...เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

กางแผนปี 69 ลุยขยายฐานลูกค้า ตปท.-จับมือพันธมิตร-รุกธุรกิจใหม่