
เชียร์ซื้อ KSL-KTIS
ราคาน้ำตาลโลกนิวไฮ 4 ปี หนุนกำไรสุทธิปีหน้าทะยาน
ราคาน้ำตาลโลกนิวไฮ 4 ปี หนุนกำไรสุทธิปีหน้าทะยาน
ราคาน้ำตาลยังมีโอกาสขึ้นต่อ คาดผลผลิตของโลกออกมาน้อย สวนทางความต้องการเพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส แนะนำซื้อหุ้นบริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) และบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) เพราะจะได้ประโยชน์สูงสุดจากราคาน้ำตาลดีดขึ้นทำ จุดสูงสุดในรอบ4 ปี ในวันที่ 16 ก.ย. ตามความกังวลต่อสถานการณ์ขาดดุลสูงถึง 4.3 ล้านตัน ในปีผลผลิต 2559/2560 นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งจะเป็นผลบวกเต็มที่ต่อผู้ประกอบการน้ำตาลในปี 2560
“เราเลือก KSL เป็น Top Pick ให้มูลค่าเหมาะสม 4.50 บาท แนะนำซื้อ KTIS มูลค่า 8.50 บาท รวมถึงบริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) และบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR)” บล.เอเซีย พลัส ระบุ
ทั้งนี้ KSL จะได้รับผลบวกเต็มที่ในปีผลผลิต 2559/2560 (เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย. 2559) จากสถานการณ์ราคาน้ำตาลโลกที่เพิ่มขึ้น หนุนคาดการณ์กำไรสุทธิในปีนั้นจะเพิ่มขึ้นถึง 37.9% สู่ระดับ 874 ล้านบาท ส่วน KTIS กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นถึง 179.2% เป็น 713 ล้านบาท เพราะจะมีโรงไฟฟ้าใหม่ 2 โรง กำลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์ ที่จะผลิตได้เต็มที่ในปี 2560
ล่าสุด ราคาน้ำตาลดิบโลกอยู่ที่ 22.47 เซนต์/ปอนด์ เพิ่มขึ้นถึง 6.2% ในวันที่ 16 ก.ย. ทำระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยราคาน้ำตาลเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีบัญชี 2558/2559 (สิ้นงวดเดือน ต.ค.) 16.68 เซนต์/ปอนด์ เพิ่มขึ้นถึง 25.7% แต่บริษัท อ้อยและน้ำตาลทรายไทย (อนท.) ได้ทำสัญญาขายน้ำตาลดิบล่วงหน้าปี 2558/2559 ทั้งหมดแล้วที่ 15 เซนต์ ทำให้ได้ประโยชน์ในปี 2559/2560 หลังจากทำสัญญาไปแล้ว 50% ที่ราคาเฉลี่ย 20 เซนต์ สูงกว่าสมมติฐานที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 19 เซนต์ ถือเป็นผลบวกต่อประมาณการ
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของสหรัฐอเมริกา (USDA) คาดการณ์ปริมาณน้ำตาลโลกปี 2559/2560 จะขาดดุล 4.3 ล้านตัน ลดลงจากที่ขาดดุล 6.9 ล้านตัน ในปีก่อน จากแนวโน้มผลผลิตน้ำตาลจะออกสู่ตลาดน้อยกว่าคาดแต่ความต้องการบริโภคน้ำตาลยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 1.1% เป็น 173.6 ล้านตัน ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงแนะนำซื้อ KSL แต่ปรับลดมูลค่าเหมาะสม 4.30 บาท จากเดิม 4.60 บาท แม้กำไรไตรมาส 3 (พ.ค.-ก.ค.) จำนวน 87 ล้านบาท ต่ำกว่าคาด หากไม่รวมกำไรขายเงินลงทุน 45 ล้านบาท บวกกลับภาษี 36 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 51 ล้านบาท สาเหตุที่กำไรต่ำกว่าคาด เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นเพียง 18.6% ต่ำกว่าที่คาดไว้ 23% และเทียบกับ 24.3% ในไตรมาส 2 และ 22.5% ในไตรมาส 3 จากต้นทุนค่าอ้อยสูงขึ้น และมีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าที่บ่อพลอยตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.
รวม 9 เดือน บริษัทมีกำไร 615 ล้านบาท ลดลง 43% ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4 จะยังไม่สดใส เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจไฟฟ้า บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรสุทธิ ไตรมาส 4 จำนวน 100 ล้านบาท และปรับลดกำไรปีนี้ลงราว 12% เป็น 725 ล้านบาท และปรับลดกำไรสุทธิปีหน้า 8% เป็น 1,087 ล้านบาท เป็นการกลับมาเติบโตอีกครั้งราว 49.5% จากราคาขายน้ำตาลที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 21-22 เซนต์/ปอนด์ จากราคาขายเฉลี่ยในปีนี้ 15.5 เซนต์/ปอนด์







