posttoday
CHAMP เพื่อภาคการศึกษาไทย

CHAMP เพื่อภาคการศึกษาไทย

19 กันยายน 2559

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

เมื่อผมได้เห็นเอกสารโครงการ CHAMP หรือ Chulalongkorn Alumni Mentorship Program ซึ่งเป็นโครงการของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าที่เป็นประสบความสำเร็จในการทำงานทั้งในลักษณะผู้บริหารมืออาชีพขององค์กรชั้นนำ หรือเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ โดยการเข้ามาเป็นผู้ชี้แนะให้คำแนะนำและปรึกษาหารือ เพื่อการเพิ่มศักยภาพแก่นิสิตรุ่นน้องระดับปริญญาตรีในคณะที่ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการ โดยมีเป้าประสงค์

- การตั้งเป้าหมาย แรงบันดาลใจของชีวิต การวางแผนเส้นทางของอาชีพการงานในอนาคต ตลอดจนการบ่มเพาะทัศนคติที่ดีต่อสังคม สภาพแวดล้อม และการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติ

- การเสริมสร้างและพัฒนาทักษะความสามารถ เติมเต็มศักยภาพในมิติต่างๆ เพื่อให้นิสิตมีความเข้าใจเท่าทันกับกระแสของการเปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุดก็เพื่อให้โลกทัศน์ของนิสิต สามารถเชื่อมโยงระหว่างโลกของการศึกษากับโลกของการทำงานจริง

ผมทั้งในฐานะ (1) ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสำหรับระบบสถาบันการเงินไทย (2) ในฐานะผู้ที่มีอาวุโสกว่าที่เฝ้ามองความเปลี่ยนไปในสังคมโลก สังคมไทยด้วยความเป็นห่วงถึงขีดความสามารถของอนาคตของชาติอยากจะตั้งเป็นแง่คิดว่า

- การประเมินอุปนิสัย ความมุ่งมั่น ความทุ่มเทในการเรียนของเยาวชนที่ต้องรู้และเข้าใจด้วยตนเองดีว่า การศึกษาไม่ว่าในช่วงชั้นใดนับแต่ประถม มัธยมจนถึงขั้นการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ตลอดจนการเรียนรู้ที่ต้องใฝ่หา ขวนขวายเพิ่มเติมเพื่อบ่มเพาะศักยภาพของตนเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด และรวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ความรู้ด้านการเป็นคนเก่งและดีที่มีคุณภาพ

- การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของตนเอง ให้บรรลุเป้าหมายการเป็นคนที่มีคุณภาพในอนาคตที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ (การไม่ติดกับดักของ Comfort Zone) เข้าใจในปัญหาของสังคมว่ามีรากเหง้ามาจากความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบการศึกษาของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส คนที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคตคือคนที่มีศักยภาพที่จะแยกแยะให้ออกว่า “สิ่งที่ถูกต้องนั้น แม้ไม่มีใครเลยกระทำ
สิ่งนั้นยังคงถูกต้องเสมอ สิ่งที่ผิดแม้ทุกคนจะกระทำโดยทั่วไป สิ่งนั้นยังก็ยังคงผิด”

- การปฏิบัติตนให้เป็นคนดีของสังคม : การเป็นเยาวชนที่รู้จักหน้าที่ รู้ว่าสิ่งใดเหมาะ สิ่งใดไม่ควรทำ ดูได้จากการปรับปรุงตนเองในการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ความสามารถในการทำงานกับคนหมู่มาก การเป็น

“ผู้ตั้งคำถาม” ที่ทำการบ้านมาก่อนทุกครั้ง ซึ่งหาได้ยากสำหรับนิสิต นักศึกษาในปัจจุบันที่มุ่งแต่จะเป็น “ผู้รับคำตอบ” เพื่อเอาไปดำเนินการให้ภาระหน้าที่จบสิ้นไปโดยเร็ว

ไม่เพียงแต่ธุรกิจ อุตสาหกรรม กำลังมองหาโครงการพี่ช่วยน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน ในระบบคิดดีๆ แบบนี้ของภาคการศึกษาของไทยก็มีความตื่นตัวที่น่าสนใจ ขอขอบคุณและส่งกำลังใจมายังท่านคณบดีรุ่นหนุ่มใหญ่ไฟแรงด้วยนะครับ

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง