
แฟมิลี่ฯหันบริการเน็ต
แฟมิลี่ฯ ขยับจากขายกล่องทีวี หันให้บริการอินเทอร์เน็ต รับลูกไทยแลนด์ 4.0 เพิ่มรายได้
แฟมิลี่ฯ ขยับจากขายกล่องทีวี หันให้บริการอินเทอร์เน็ต รับลูกไทยแลนด์ 4.0 เพิ่มรายได้
นายสมชาย เปรื่องวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตภายในอาคารต่างๆ ตาม พ.ร.บ. 2550 มากขึ้น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและสร้างรายได้ให้ดีกว่าการทำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ซึ่งมีราคาขายค่อนข้างต่ำและมีกำไรในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างน้อย ขณะเดียวกันการออกมาทำธุรกิจผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตภายในอาคาร ยังถือเป็นการเดินตามนโยบายของภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0
ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มให้บริการอินเทอร์เน็ตภายในอาคารไปบ้างแล้ว ซึ่งได้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการวางแผนติดตั้งอินเทอร์เน็ตภายในอาคารประมาณ 100 แห่ง คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2560 พร้อมกับรับรู้รายได้ ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนที่จะปรับระดับราคาค่าบริการให้ลดลง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น ซึ่งหลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอินเทอร์เน็ตมากขึ้น บริษัทคาดว่าในปี 2560 บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตจาก 20% เพิ่มเป็น 30-40% ได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเดินหน้าทำการตลาดกลุ่มสินค้าทีวีมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคยังมีความเข้าใจว่ากลุ่มสินค้าทีวีภายใต้แบรนด์แฟมิลี่เป็นสินค้าปลอม ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเป็นสินค้าของผู้ประกอบการไทย ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนที่จะออกมาทำการตลาด เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริโภคให้มีความรู้ความเข้าใจในสินค้ามากขึ้น
“หลังจากอินเตอร์แบรนด์ย้ายฐานการผลิตไปในต่างประเทศ ส่งผลให้เหลือโรงงานประกอบทีวีของบริษัทรายเดียวที่อยู่ในประเทศไทย ทำให้ได้ผลการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะผลิตทีวีเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นอีก 1 รุ่นคือ รุ่นจอมอนิเตอร์ขนาด 50 นิ้ว จากเดิมมีเพียงสมาร์ททีวี 55 นิ้วเข้าทำตลาดเท่านั้น” นายสมชาย กล่าว
ขณะที่บริษัทปัจจุบัน มีกลุ่มสินค้าทีวีเข้าทำตลาดด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มทีวี 4K มีขนาด 55 นิ้วเข้าทำตลาด กลุ่มสมาร์ททีวี 55 นิ้ว และกลุ่มแอลอีดีทีวีมีสินค้าเข้าทำตลาดทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบด้วย 24 นิ้ว 32 นิ้ว 42 นิ้ว และ 50 นิ้ว
สำหรับกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก บริษัทจะเน้นทำตลาดในกลุ่มสินค้าเดิมที่มีอยู่ในตลาดกว่า 100 รายการเป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มสินค้าที่มีราคาขายต่ำและทำกำไรให้ค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามหลังจากบริษัทออกมาทำตลาดในธุรกิจอินเทอร์เน็ตและธุรกิจทีวีมากขึ้น คาดสิ้นปี 2559 จะมีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาทปี 2560







