posttoday
อินโดฯ สู่ Tax Haven (จบ)

อินโดฯ สู่ Tax Haven (จบ)

15 กันยายน 2559

การเดินหน้าปฏิรูปภาษีของอินโดนีเซียตั้งแต่การลดภาษีนิติบุคคล นิรโทษกรรมคนหนีภาษี ไปจนถึงการประกาศ Tax Haven ในประเทศอินโดนีเซีย ได้สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนโลกและภูมิภาคเป็นอย่างมาก รัฐบาลอินโดนีเซียประเมินว่ามีทรัพย์สินของชาวอินโดนีเซียราว 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ใน Tax Haven ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศสิงคโปร์ และต้องการจะดึงเม็ดเงินเหล่านี้กลับมาและป้องกันไม่ให้เงินไหลออก

การเดินหน้าปฏิรูปภาษีของอินโดนีเซียตั้งแต่การลดภาษีนิติบุคคล นิรโทษกรรมคนหนีภาษี ไปจนถึงการประกาศ Tax Haven ในประเทศอินโดนีเซีย ได้สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนโลกและภูมิภาค
เป็นอย่างมาก รัฐบาลอินโดนีเซียประเมินว่ามีทรัพย์สินของชาวอินโดนีเซียราว 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ใน Tax Haven ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศสิงคโปร์ และต้องการจะดึงเม็ดเงินเหล่านี้กลับมาและป้องกันไม่ให้เงินไหลออก

แม้ว่าแนวคิดการตั้ง Domestic Tax Haven ในประเทศ เพื่อดึงดูดเงินในประเทศกันเองไม่ใช่เรื่องใหม่ สหรัฐได้ทำเรื่องมานี้มานาน โดยมี 4 มลรัฐที่ไม่มีการเก็บภาษีนิติบุคคล ได้แก่ เนวาดา เซาท์ดาโคตา วอชิงตัน และไวโอมิง และที่ใกล้บ้านเราอย่างประเทศมาเลเซียก็มี Tax Haven ที่เกาะลาบวน สำหรับออฟชอร์แบงก์กิ้งของการเงินตามหลักศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ดีแนวทางการดำเนินการของอินโดนีเซียก็ไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบ ประเด็นหลักๆ ที่ต้องจับตามองที่จะทำให้ Tax Haven เกิดขึ้นได้ช้ากว่าแผนหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นจริงเลยก็ได้

ประการที่หนึ่ง การนิรโทษกรรมภาษีและ Tax Haven ที่มีแต่แรงจูงใจแต่ไม่มีบทลงโทษเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดอย่างมหันต์ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ว่ารัฐบาลนั้น “รับได้” กับการเลี่ยงภาษี โดยให้รางวัลกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และไม่มีการประกาศมาตรการใดๆ ที่จะลงโทษผู้ที่หนีภาษีใดๆ หลังจากช่วงนิรโทษกรรม ในขณะเดียวกันระยะเวลานิรโทษกรรมในช่วงแรกนั้นนานถึง 9 เดือนกว่า และยังประกาศเป็นโครงการต่อเนื่องอีก 3 ปี

ประการที่สอง ผู้ที่เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอดกลับไม่ได้รับการยกย่องหรือชดเชยใดๆ เลย แม้ว่าจะมีการลดภาษีนิติบุคคลจาก 25% ไปสู่ 17% แต่ก็เป็นไปตามกระดานเดียวกันกับผู้ที่เคยเลี่ยงภาษีมาก่อน ดังนั้นจึงเป็นการมองว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียได้รับแรงกดดันอย่างมาก เพราะผู้สามารถเลี่ยงภาษีได้ในอัตราสูงส่วนใหญ่แล้วก็เป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับการเมืองทั้งสิ้น

ประการที่สาม คุณสมบัติของ Tax Haven ตามที่ระบุโดย OECD นั้นคือประเทศหรือรัฐที่ไม่เปิดเผยกฎหมาย หรืออาจสามารถต่อรองภาษีได้ ไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และมีกฎระเบียบที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลและมีการกีดกันการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้ประเทศนี้ไร้ความโปร่งใส ซึ่งอาจนำไปสู่อาชญากรรมรูปแบบต่างๆ การฟอกเงิน คอร์รัปชั่น อาชญากรข้ามชาติ ปัญหาค้ามนุษย์ ไปจนถึงการสนับสนุนการก่อการร้ายได้ในที่สุด

ประการที่สี่ ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซียก็มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นมายาวนาน จาก Corruption Perception Index 2015 ประเทศอินโดนีเซียอยู่ในอันดับที่ 88 จาก 165 ประเทศ ความไม่โปร่งใสนี้ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยและอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียในสายตานักลงทุนโลกนั้นยิ่งน้อยลง ประการที่ห้า นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกโดยองค์กร Oxfam มีการแถลงผลงานวิจัยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พบว่าการจัดตั้ง Tax Haven นั้นไม่ได้มีผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คิดไว้

แต่ที่แน่ๆ Tax Haven จะทำให้ความเหลื่อมล้ำขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น คนรวยจะเอาเปรียบคนจนได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่ด้อยโอกาสจะห่างไกลจากโอกาสไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจอินโดนีเซียและภูมิภาคอาเซียนในระยะยาวที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนาทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง