posttoday
มาสเตอร์คูล5ปี3พันล.

มาสเตอร์คูล5ปี3พันล.

15 กันยายน 2559

มาสเตอร์คูล โชว์แผน 5 ปี มีรายได้แตะ 3,000 ล้าน เร่งปรับกลยุทธ์หนีสินค้าซีซั่น เพิ่มไลน์สินค้าใหม่

มาสเตอร์คูล โชว์แผน 5 ปี มีรายได้แตะ 3,000 ล้าน เร่งปรับกลยุทธ์หนีสินค้าซีซั่น เพิ่มไลน์สินค้าใหม่

นายนพชัย วีระมาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจำหน่ายพร้อมให้เช่าพัดลมไอน้ำ-ไอเย็น ภายใต้แบรนด์ “มาสเตอร์คูล” เปิดเผยว่า ขณะนี้มาสเตอร์คูลได้วางวิสัยทัศน์ที่จะขยายกลุ่มสินค้าใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมกับขยายช่องทางการจำหน่ายให้มากขึ้น เพื่อให้ภายในปี 2563 จะต้องมีรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมากกว่าเท่าตัว โดยในปีที่ผ่านมามาสเตอร์คูลมีรายได้ราว 640 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 900 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มสินค้าใหม่จะเน้นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าที่ขายเฉพาะฤดูกาล โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้วมาสเตอร์คูลได้แตกบริษัทลูก บริษัท อินโนว์ กรีน โซลูชั่น เพื่อทำธุรกิจประหยัดพลังงานและดูแลสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการวางระบบบำบัดน้ำเสีย ภายใต้แบรนด์ “อิน กรีน” เน้นสินค้าระบบโอโซนที่ได้เปิดตัวและจำหน่ายสินค้าไปแล้ว 2 ผลิตภัณฑ์ คือ ผลิตภัณฑ์สินค้าเครื่องล้างผักผลไม้ระบบโอโซน และเครื่องดับกลิ่นรองเท้าด้วยโอโซน เพราะมองว่าเป็นสินค้าที่สามารถขายได้ทุกฤดูกาล

“ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ทำตลาดจริงจัง จะเริ่มทำตลาดมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ โดยปัจจุบันมีรายได้จากอิน กรีน ประมาณ 40-50 ล้านบาท ตั้งเป้าจะมีรายได้เพิ่มเป็น 200 ล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า” นายนพชัย กล่าว

ขณะที่สินค้าหลักในปัจจุบันของมาสเตอร์คูล คือ พัดลมไอเย็นและพัดลมไอน้ำ เป็นสินค้าที่ขายดีเฉพาะหน้าร้อน หรือช่วงที่มีอากาศร้อนจัด โดยในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. ยอดขายพัดลมจะมีสัดส่วนสูงถึง 60% แต่พอช่วงเดือน ก.ค.-ธ.ค. จะมียอดขายลดเหลือ 55% ซึ่งต้องหาจุดขายใหม่ต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อในช่วงนอกฤดูกาล โดยไตรมาส 4 ปีนี้เตรียมออกแคมเปญใหม่ เน้นจุดขายเรื่องซื้อเป็นของขวัญของฝากช่วงปีใหม่ เพราะเห็นแนวโน้มจากช่วงสงกรานต์ที่มีกลุ่มลูกค้าจำนวนหนึ่งซื้อเพื่อเป็นของขวัญให้กับญาติพี่น้อง

ด้านการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย หลังจากที่พัฒนาสินค้าตัวใหม่ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 2,500 บาท และขยายเข้าไปเทสโก้ โลตัส ทำให้มาสเตอร์คูลมียอดขายเพิ่มขึ้นมาก ปีหน้าจึงมองที่จะขยายไปช่องทางดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เช่น เพาเวอร์มอลล์ และเพาเวอร์บายมากขึ้น ส่วนช่องทางหลักในอดีตจำกัดเฉพาะในร้านจำหน่ายสินค้าและตกแต่งบ้าน เช่น โฮมโปร บุญถาวร ฯลฯ

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดพัดลมไอน้ำและไอเย็น คาดมีมูลค่ารวมราว 1,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นพัดลมไอเย็น เพราะเป็นสินค้าที่ราคาจับต้องได้ เริ่มต้นไม่เกิน 3,000 บาท ส่วนพัดลมไอน้ำจะเป็นพัดลมตัวใหญ่ที่ใช้ในอุตสาหกรรม หรือใช้นอกสถานที่ โดยมาสเตอร์คูลรายได้หลักมาจากพัดลมไอเย็น 80% รองลงมา พัดลมไอน้ำ 10% และให้เช่าพัดลมไอน้ำ 10%

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง