posttoday
กสิกรชูจีนเลี่ยงสหรัฐ

กสิกรชูจีนเลี่ยงสหรัฐ

14 กันยายน 2559

จับตาเลือกตั้งพ.ย.-เฟดขึ้นดอกกดดันหุ้นราคาแพง

จับตาเลือกตั้งพ.ย.-เฟดขึ้นดอกกดดันหุ้นราคาแพง

บลจ.กสิกรไทย มองเฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ แนะเลี่ยงหุ้นสหรัฐ ราคาแพง หนุนกองหุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิวครึ่งปีกำไร 13% ส่วนหุ้นจีนสุดถูก เหมาะลงทุนยาว

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในต่างประเทศบริษัทยังคงมองว่าราคาหุ้นสหรัฐอยู่ในระดับสูงและเต็มมูลค่า ขณะที่การเลือกตั้งสหรัฐในเดือน พ.ย. ยังต้องจับตาอย่างมาก โดยนโยบายการหาเสียงของแต่ละพรรคอาจส่งผล
กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและความผันผวนต่อตลาดในระยะสั้น

นอกจากนี้ โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของปีนี้เริ่มมีมากขึ้น ซึ่งหากมีการปรับขึ้นในเดือน ธ.ค. ตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ จะกดดันผลกำไรบริษัทจดทะเบียน รวมถึงค่าเงินเหรียญสหรัฐที่จะแข็งค่ากดดันบริษัทผู้ส่งออก

สำหรับผลดำเนินงานของกองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว (K-USXNDQ) รอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทน 12.79% ใกล้เคียงกับเกณฑ์มาตรฐาน ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2559 เนื่องจากเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ และหุ้นกลุ่มไอทีซึ่งมีน้ำหนักเป็นส่วนใหญ่ในดัชนี NASDAQ-100 โดยผลประกอบการบริษัทกลุ่มไอทีที่ออกมาดีกว่าค่าเฉลี่ยและเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น แต่การลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากตลาดขึ้นต่อเนื่องปัจจุบัน พี/อี 19.9 เท่า ซึ่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปีที่ 18.42 เท่า ข้อมูลบลูมเบิร์ก ณ วันที่ 6 ก.ย. 2559

สำหรับตลาดหุ้นจีนยังซื้อขายอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบค่าเฉลี่ยระยะยาวและถูกกว่าเมื่อเทียบภูมิภาคอื่น จึงยังน่าสนใจด้วยมุมมองการลงทุนในระยะยาว ขณะที่ความกังวลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนเริ่มคลี่คลายและขยายตัวค่อยเป็นค่อยไปในไตรมาส 2 เติบโต 6.7% ขณะที่ภาครัฐดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและปฏิรูปประเทศเป็นรูปธรรมมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนการลงทุนระยะกลางถึงยาว

ด้านกองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (K-CHINA) รอบ 1 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทน 7.83% ณ วันที่ 31 ส.ค. 2559 ปัจจุบันกองทุนเน้นลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐบาลจีนที่เน้นการบริโภคในประเทศและการลงทุนในประเทศ

นอกจากนี้ มองว่าการกระจายการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกยังเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสสร้างรายได้และกระแสเงินสดสม่ำเสมอท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนรวมถึงในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำทั่วโลก

นายนาวิน กล่าวว่า บริษัทยังเตรียมจา่ยเงินปันผลกองทุนต่างประเทศ 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุน K-USXNDQ ในอัตรา 0.30 บาท/หน่วย สำหรับผลดำเนินงานวันที่ 1 มี.ค.-31 ส.ค. 2559 กองทุน K-CHINA ในอัตรา 0.20 บาท/หน่วย สำหรับผลดำเนินงานวันที่ 1 ก.ย. 2558-31 ส.ค. 2559 รวมทั้งกองทุนเปิดเค โกลบอล อินฟราสตรักเจอร์ หุ้นทุน (K-GINFRA) ในอัตรา 0.20 บาท/หน่วย สำหรับผลดำเนินงานวันที่ 23 มี.ค.-31 ส.ค. 2559 และกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA) ในอัตรา 0.20 บาท/หน่วย สำหรับผลดำเนินงานวันที่่ 1 มิ.ย.-31 ส.ค. 2559

ทั้งนี้ บริษัทจะจ่ายเงินปันผล 4 กองทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ เวลา 08.00 น. ของวันที่ 31 ส.ค. 2559 และจ่ายเงินพร้อมกันวันที่ 14 ก.ย. 2559 รวมมูลค่า 459.85 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก