
เส้นทางR1โอกาสสินค้าไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะไทยเร่งเจรจาเพิ่มเดินรถเส้น R1 เชื่อมกัมพูชา เวียดนาม เพิ่มโอกาสค้าชายแดน 1,500 ล้าน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะไทยเร่งเจรจาเพิ่มเดินรถเส้น R1 เชื่อมกัมพูชา เวียดนาม เพิ่มโอกาสค้าชายแดน 1,500 ล้าน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่าหลังประเทศสมาชิกในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย ไทย จีน เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา ได้ให้สัตยาบันภาคผนวกและพิธีสารแนบท้ายความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement : GMS CBTA) ครบทุกฉบับในปลายปี 2558 โดยเพิ่มโควตาใบอนุญาตรถขนส่งสินค้าและรถโดยสารไม่ประจำทางระหว่างประเทศชั่วคราว ในเส้นทางของ 4 ด้านชายแดนเป็น 500 คัน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560-30 ธ.ค. 2562 ในเส้นทาง R1 (กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-ปอยเปต-พนมเปญ-บาเวท-นครโฮจิมินห์)
ทั้งนี้ คาดว่าไทยจะได้รับอานิสงส์ให้กับการขนส่งสินค้าไปเวียดนาม บนเส้นทาง R1 ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 4.6% ของมูลค่าการส่งออกผ่านแดนโดยรวมของไทยไปเวียดนาม ประเมินว่าระยะเวลาขนส่งสินค้าจากไทยไปเวียดนามบนเส้นทางนี้จะลดลง 8-10 ชั่วโมง จากเดิมใช้เวลา 31-41 ชั่วโมง เหลือ 23-31 ชั่วโมง ขณะที่ต้นทุนการขนส่งจะลดลง 30-35%
ขณะที่สินค้าคาดว่าจะส่งออกมากขึ้น ได้แก่ เคมีภัณฑ์อนินทรีย์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเครื่องดื่มและผลไม้ ตลอดจนชิ้นส่วนยานยนต์ที่ส่วนใหญ่เป็นอะไหล่ทดแทน (REM) ซึ่งในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2559 เครื่องดื่มและชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มมีการส่งออกผ่านด่านอรัญประเทศบนเส้นทาง R1 ไปยังเวียดนามมากขึ้น คาดว่าในปี 2560 การส่งออกสินค้าของไทยไปเวียดนาม ผ่านเส้นทาง R1 จะเติบโต 19.4% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ขนส่งจากไทยไปยังนครโฮจิมินห์ของเวียดนามบนเส้นทาง R1 ยังคงมีอุปสรรคในบางประการ กล่าวคือ ปัจจุบันรถขนส่งของไทยไม่สามารถเข้าไปยังเวียดนามได้โดยตรง เนื่องจากไทยยังไม่มีข้อตกลง 3 ฝ่ายกับกัมพูชาและเวียดนามสำหรับการเดินรถบนเส้นทาง R1 ประกอบกับกฎระเบียบการเดินรถภายในประเทศเวียดนามยังไม่อนุญาตให้รถขนส่งพวงมาลัยขวาของไทยเข้าประเทศได้ รวมทั้งกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถที่แตกต่างกันของไทย กัมพูชาและเวียดนาม
“หากไทยมีข้อตกลงการเดินรถขนส่ง 3 ฝ่ายกับกัมพูชาและเวียดนามในเส้นทาง R1 อีกยังมีความร่วมมือในการกำหนดมาตรฐานการเดินรถที่เหมือนกันของทั้ง 3 ประเทศ คงจะทำให้การเดินรถระหว่างไทย ผ่านกัมพูชา เข้าไปยังเวียดนามสมบูรณ์มากขึ้น” ศูนย์วิจัย ระบุ







