posttoday
อาเซียนแก้เกมเลื่อนอาร์เซ็ป

อาเซียนแก้เกมเลื่อนอาร์เซ็ป

12 กันยายน 2559

นักวิชาการแจงอาร์เซ็ปเลื่อนเจรจาปัญหาระหว่าง 3 รัฐบาลชาติเอเชีย “จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น” ส่วนมูลค่าการค้ายังโตต่อเนื่อง

นักวิชาการแจงอาร์เซ็ปเลื่อนเจรจาปัญหาระหว่าง 3 รัฐบาลชาติเอเชีย “จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น” ส่วนมูลค่าการค้ายังโตต่อเนื่อง

นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) เปิดเผยว่า การประชุมเจรจาความตกลงทางการค้าของอาเซียน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หรืออาร์เซ็ป ที่เริ่มเจรจาตั้งแต่ปี 2555 และวางแผนความร่วมมือในปี 2558 แต่มีการเลื่อนไปเป็นปี 2559 และยังไม่มีทิศทางความร่วมมือที่ชัดเจน คาดเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ที่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม ในระดับความสัมพันธ์ภาคเอกชนนั้น หากเทียบจากตัวเลขทางการค้าของทั้ง 3 ประเทศ พบว่า มูลค่าการค้าต่อปีของจีนและญี่ปุ่น อยู่ที่ประมาณ 3.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เกือบเทียบเท่ากับอาเซียน-จีนมีมูลค่ามากกว่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนมูลค่าทางการค้าระหว่างจีนและเกาหลี มีมูลค่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมูลค่าการค้าของทั้ง 3 ประเทศรวมกันมากกว่ามูลค่าการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีร่องรอยความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศ แต่จีน เกาหลี ญี่ปุ่น มีท่าทีที่อ่อนลง ด้วยเล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกันหากร่วมมืออย่างจริงจัง โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน หากสร้างความแข็งแกร่งของอาร์เซ็ปและอาเซียนบวก 3 ได้นั้น สายการผลิตเทคโนโลยีความรู้ทั้งจากจีน เกาหลี และญี่ปุ่น จะหลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น

“สิ่งที่อาเซียนควรทำ คือ ยกระดับความสัมพันธ์บวก 1 ให้เข้มแข็งก่อน คือ ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนจีน อาเซียนเกาหลี และอาเซียนญี่ปุ่น สร้างผลประโยชน์ร่วมกันพร้อมความเชื่อมั่นของทั้ง 3 ประเทศกับภูมิภาคอาเซียน และเคลื่อนสู่การเจรจาความสัมพันธ์ในระดับอาเซียนบวก 3 และอาร์เซ็ป จะราบรื่นยิ่งขึ้น” นายสมภพ กล่าว

ขณะที่สิ่งที่น่าสนใจ คือ จีนกับอาเซียน ซึ่งเติบโตรวดเร็วเฉลี่ยต่อปี 18.5% มีมูลค่าการค้ารวมในปีล่าสุดอยู่ที่ 4.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนได้เริ่มเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจที่ไม่เน้นการส่งออกนำเข้า แต่เน้นการพัฒนามุ่งสู่ภาคบริการและการบริโภคในประเทศมากขึ้น ไม่เน้นเป็นฐานโรงงานการผลิตของโลกอีกต่อไปจากปัจจัยค่าแรงขั้นต่ำ แต่มุ่งสู่การย้ายฐานการผลิตนอกประเทศตาม นโยบาย วัน เบลต์ วัน โร้ด สู่ฐานผลิตอาเซียน รวมทั้งวางเป้าหมายการค้าระหว่างอาเซียนและจีนในปี 2563 เพิ่มเป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็นความท้าทายเพราะมีหนทางไม่ง่ายนัก รวมถึงเพิ่มการลงทุนระหว่างกันและกันเป็น 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนโยบายนี้ส่งผลดีต่อไทยในภาคบริการ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก