posttoday
มหาเธร์ โมเดล

มหาเธร์ โมเดล

08 กันยายน 2559

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

ปัจจุบันมีการพูดกันมากถึงเปรมโมเดลและบทบาทเยี่ยมยอดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมายาวนาน จากนั้นได้ลงจากตำแหน่งอย่างสง่างาม และยังมีบารมีท่วมท้นจนถึงปัจจุบัน สำหรับมาเลเซียก็มี มหาเธร์ ซึ่งนับว่ามีจุดเด่นคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ ดำรงตำแหน่งนายกฯ นานถึง 22 ปี ลงจากตำแหน่งอย่างสง่างาม และมีบารมีท่วมท้นถึงปัจจุบัน เนื่องจากมีเคล็ดลับหลายประการ

ประการแรก แม้มีบุคลิกสันโดษ ไม่มีพรรคพวกมากนัก ขาดทรัพย์สินเงินทองที่จะแจกจ่ายให้กับผู้สนับสนุน แต่มีฐานมวลชนขนาดใหญ่ เนื่องจากมีผลงานสำคัญ คือ พัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงนโยบายช่วยเหลือเกื้อกูลภูมิปุตรา ซึ่งเป็นชาวมาเลย์ที่ยากจนด้อยโอกาส

ประการที่สอง เป็นคนอ่อนนอกแข็งใน ลักษณะภายนอกเป็นคนสุภาพเรียบร้อย แม้ชอบวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น แต่พูดจาในลักษณะมีดโกนอาบน้ำผึ้ง และยังกันเป็นคนเด็ดเดี่ยว กล้าตัดสินใจ ไม่หนีปัญหา หากใครหาญกล้าเป็นศัตรูด้วย ก็จะไม่อยู่เย็นเป็นสุข จึงถูกมองแง่ลบว่าเป็นเผด็จการ

แต่ มหาเธร์ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้เป็นเผด็จการ การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย ส่วนการดำเนินนโยบายแต่ละเรื่องก็ไม่ง่าย ต้องใช้ศิลปะทางการเมืองเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบจากทั้งรัฐสภาและประชาชน นับว่าตรงกันข้ามกับผู้นำเผด็จการ ปกครองง่ายกว่ามาก หากใครมาเชื่อฟัง ก็สั่งให้มายืนเรียงแถวแล้วยิงเป้า

ประการที่สาม ชอบศึกษาหาความรู้ เวลาว่างมักจะอ่านหนังสือ ทำให้มีความรู้อย่างถ่องแท้ในเรื่องต่างๆ มากมาย โดยท่านกล่าวว่าผู้นำที่ดีจะต้องรอบรู้ในเรื่องต่างๆ ไม่มีใครที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้หากเป็นคนโง่ ไม่รู้เท่าทันข้าราชการ

มหาเธร์ได้แสดงบทบาทโดดเด่นช่วงวิกฤตปี 2540 โดยทั้งไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ต่างไปขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ และมีแนวโน้มว่ามาเลเซียจะเป็นประเทศถัดไป ท่านจึงลงมากำกับนโยบายเศรษฐกิจด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นแพทย์ จึงต้องอ่านตำราเศรษฐศาสตร์ไปด้วย แก้ไขปัญหาไปด้วย นำไปสู่นโยบายแปลกใหม่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง คือ การควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดยไม่สนใจคำเตือนไอเอ็มเอฟว่าจะพาประเทศล่มจม ซึ่งนับเป็นนโยบายที่ถูกต้อง มาเลเซียผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างงดงาม ภายหลังไอเอ็มเอฟจึงเปลี่ยนจากวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นยกย่องชมเชยว่านโยบายดีเยี่ยม

มหาเธร์ ให้ทัศนะว่าแพทย์เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างมาก เนื่องจากถูกฝึกอบรมให้ทำงานเป็นระบบตั้งแต่เก็บข้อมูล วินิจฉัยโรค และรักษาโรค ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้นำประเทศ อีกทั้งแพทย์จะได้เปรียบมากกรณีบริหารราชการช่วงวิกฤต เนื่องจากมีประสบการณ์รักษาคนไข้ฉุกเฉินบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้มาเลเซียฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ได้ เนื่องจากท่านสามารถตัดสินใจได้อย่างมีสติและเป็นขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหา 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก