
เร่งออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ก.ล.ต.เชิญชวนนายจ้างสนับสนุนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกุญแจสู่ความสำเร็จการวางแผนเกษียณแล้วมีความสุข
โพสต์ทูเดย์ - ก.ล.ต.เชิญชวนนายจ้างสนับสนุนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกุญแจสู่ความสำเร็จการวางแผนเกษียณแล้วมีความสุข
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์สนับสนุนให้นายจ้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีบทบาทมากขึ้น ช่วยผลักดันให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานและลูกจ้างในยามเกษียณ เช่น ออกแบบการออมเงินได้สะดวก ใช้อัตราสะสมเพิ่มขึ้นเมื่อเงินเดือนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ และจัดให้มีทางเลือกการลงทุนที่เหมาะกับสมาชิก ผลักดันให้มีทางเลือกกองทุนหลากหลาย โดยที่สมาชิกไม่ต้องตัดสินใจเอง พร้อมส่งเสริมการให้ความรู้ หรือมีเครื่องมือช่วยให้รู้จักการออม สนับสนุนให้กรรมการกองทุนมีความรู้ เพื่อดูแลผลประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
สำหรับเกณฑ์ใหม่ ลูกจ้างสามารถออมเงินได้เพิ่มขึ้นโดยไม่กระทบกับนายจ้าง สมาชิกมีทางเลือกรับเงินเป็นงวดโดยไม่ต้องเอาออกมาทั้งก้อน สามารถโอนเงินไปออมต่อเนื่องในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ได้ สนับสนุนให้กรรมการและสมาชิกมีข้อมูลเลือกการลงทุนที่เหมาะสม ส่วนสมาชิกที่ขาดความรู้ ควรส่งเสริมการออมในรูปแบบกองทุน Target Date Fund ผันแปรการลงทุนตามอายุของผู้ถือหน่วยลงทุน
ปัจจุบันกองทุน PVD ในประเทศไทย สมาชิกมีอัตราสะสมเฉลี่ยอยู่ที่ 5% และนายจ้างมีอัตราสมทบเฉลี่ย 5% ขณะที่กฎหมายอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายสะสมและสมทบได้ถึง 15% เม็ดเงินส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากสูงถึง 85% ทำให้ผลตอบแทนต่ำเติบโตช้า เงินก้อนที่จะได้รับเมื่อเกษียณอาจไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต พบว่าสมาชิกมากกว่า 50% ได้รับเงินก้อนไม่ถึง 1 ล้านบาท หากมีอายุยืนต่อไปอีก 20 ปี จะมีเงินใช้ไม่ถึงเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอกับค่าครองชีพขั้นต่ำที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเคยประเมินไว้ว่าควรมีอย่างน้อยเดือนละ 1 หมื่นบาท ปัจจุบัน PVD ภาคสมัครใจมีมูลค่ารวมประมาณ 9.7 แสนล้านบาท สมาชิกประมาณ 2.5 ล้านคน เป็นสัดส่วนที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับจำนวนที่อยู่ในวัยทำงานและในระบบการทำงานภาคเอกชน
“ปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวกับการเกษียณอายุมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น คนอายุยืนขึ้น ค่าครองชีพโดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นมาก ผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ผลตอบแทนต่ำ หรือให้ผลตอบแทนสูงแต่ก็ผันผวนสูงมาก ทำให้การบริหารจัดการ PVD ให้มีเงินเกษียณเพียงพอทำได้ยากขึ้น ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและใส่ใจ” นายรพี กล่าว
สำหรับการรับมอบนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ภาคตลาดทุนมีแผนที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ 4.0 และมอบหมายให้นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการยกร่างแผนขึ้นมา ส่วนนโยบายให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสตาร์ทอัพ หรือธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีค่อนข้างมาก สามารถเข้าถึงตลาดทุน ควรมีมาตรการอย่างไร เพื่อสนับสนุนทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจก่อนที่จะเข้าจดทะเบียน เพราะมีกลุ่มนักลงทุนทั้งกองทุนไพรเวท อิควิตี้ และแองเจิล อินเวสเตอร์ ที่สามารถเข้าช่วยให้แหล่งเงินทุนได้ ส่วนแนวทางการกระดานซื้อขายสำหรับหุ้นกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ หรือธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC) นั้นจะเป็นหนึ่งในวาระที่คณะทำงานจะต้องศึกษาความเป็นไปได้ต่อไป







