
รับสร้างบ้านจัดทัพ
บริษัทรับสร้างบ้านปรับทัพ เร่งเครื่องชิงยอดขาย 4 เดือนสุดท้ายให้เข้าเป้า
บริษัทรับสร้างบ้านปรับทัพ เร่งเครื่องชิงยอดขาย 4 เดือนสุดท้ายให้เข้าเป้า
นายธีร์ บุญวาสนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยาสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างปีนี้ยังเหนื่อย เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เพราะไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจแม้จะยังมีรายได้ที่ดีอยู่ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับตัว โดยล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ AYB Resort House หรือเอวายบี รีสอร์ท เฮาส์ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดรับสร้างบ้านสไตล์รีสอร์ท โดยใช้กลยุทธ์ AYB 4 S ที่นำเทคโนโลยีมาต่อยอดและเสริมจุดแข็งเดิมคือการใช้ช่างฝีมือดี ผสานการพัฒนาแบบบ้านให้ทันสมัย การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานโครงการก่อสร้าง รวมถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อทำการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ขณะเดียวกันบริษัทได้เร่งขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทำเลมากขึ้นจากปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ในภาคกลางพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก โดยในปีนี้จะมุ่งขยายตลาดใหม่ๆ ในเมืองท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน ชลบุรี และเขาใหญ่ และกาญจนบุรี เนื่องจากได้อานิสงส์จากแผนการก่อสร้างทางหลวงมอเตอร์เวย์สายตะวันตก ที่จะส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยกระจายตัวออกไปใน จ.กาญจนบุรี มากขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จะมาจากตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 60% ส่วนอีก 40% มาจากตลาดต่างจังหวัดในภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง และภาคตะวันออก
สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมไว้ 160 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 120 ล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ทำรายได้แล้ว 90 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้ 160 ล้านบาทนั้นจะมาจากการสร้างบ้านให้ลูกค้า 12 หลัง ซึ่งมาจากการก่อสร้างบ้านราคาหลังละ 20 ล้านบาทขึ้นไป 50% ที่เหลืออีก 50% มาจากการก่อสร้างบ้านระดับราคากว่า 10 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีสามารถรับงานก่อสร้างได้ปีละ 15 หลัง จากทีมช่างจำนวน 180 คน
ด้าน นายวรพจน์ เอี่ยมสุวรรณ กรรมการบริหารสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท บิวท์ ทู บิวด์ บริษัทรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลังนี้จะยังคงเร่งทำยอดขายด้วยการรุกกิจกรรมและโปรโมชั่น
ทางการตลาด ควบคู่กับการพัฒนาแบบบ้าน คุณภาพงานก่อสร้างและการบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจากกลยุทธ์ที่ได้กำหนดไว้จะทำให้การดำเนินงานในช่วงเวลาอีก 4 เดือนที่เหลือของกลุ่มบริษัท บิวท์ ทู บิวด์ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 800 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในช่วงต่อจากนี้ไปยังถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมหากผู้บริโภคจะตัดสินใจปลูกสร้างบ้านทั้งจากปัจจัยในด้านของราคาการสร้างบ้าน ราคาวัสดุก่อสร้างยังทรงตัว และค่าแรงงานที่ยังไม่มีการปรับตัวขึ้น อีกทั้งการจัดโปรโมชั่นของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคค่อนข้างมาก







