
บุกตลาดงานนอก
โดย...ปากกาด้ามเดียว
โดย...ปากกาด้ามเดียว
หลังจากก่อตั้งบริษัท Jobnisit ขึ้นในปี 2557 โดยมหาบัณฑิตจากโปรแกรมปริญญาโทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมหาบัณฑิตกลุ่มนี้มีวิสัยทัศน์ตรงกันเรื่องการปรับปรุงที่ควรเกิดขึ้นในการแก้ไขเพื่อพัฒนาให้ระบบการสมัครงานในประเทศนั้นทันสมัยขึ้น เปิดโอกาสให้มากขึ้นแก่ผู้มีความรู้ความสามารถ โดยได้คิดค้นระบบอัลกอริธึ่มเพื่อนำมาช่วยในระบบการสมัครงานในเอเชีย ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถจับคู่งานให้เข้ากับความสามารถของผู้ใช้ผ่านข้อมูลที่มีอยู่บนเว็บ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน
ที่ผ่านมา จากการตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการของบริษัทในประเทศไทยและนักศึกษาจบใหม่ ทำให้ Jobnisit สามารถครอบคลุมตลาดการหางานของคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันจากการที่ตลาดของบุคคลหางานได้ขยายกว้างไกลไปกว่านักศึกษาที่จบใหม่ ทำให้บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น WorkVenture เพื่อไม่ให้เป็นการจำกัดฐานผู้สมัครจนเกินไป อีกทั้งยังเป็นอีกก้าวของการเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
สำหรับชื่อ WorkVenture นั้น สามารถสะท้อนถึงจำนวนผู้หางานในตลาดที่มีมากขึ้น ไม่ใช่แค่นิสิตนักศึกษาจบใหม่ แต่ยังรวมไปถึงผู้หางานในช่วงตำแหน่งผู้บริหารระดับกลางด้วย รวมไปถึงการแสดงถึงความสนุกสนานที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสได้ระหว่างการหางานที่ใช่อีกด้วย
“กลยุทธ์ในการเติบโตของเรานั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากบริษัท กูเกิล และ แอปเปิ้ล โดยเราจะเน้นไปทางการสร้างผลงานแบบพรีเมียม เพื่อที่พัฒนาไปสู่แนวหน้าของภูมิภาคเอเชีย ผ่านระบบการหางานออนไลน์ที่ทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 21” เจนส์ โพลด์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เวิร์กเวนเจอร์ กล่าว
จนถึงปัจจุบันบริษัทได้ช่วยให้คนรุ่นใหม่สามารถแสวงหางานในกว่า 600 บริษัททั่วไทย รวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง Microsoft, Kasikornbank, Louis Vuitton, Colgate Palmolive, Booking.com, Mitr Phol และ Grab ซึ่งภายในระยะเวลา 12 เดือน มีผู้สมัครใช้งานกับเว็บไซต์กว่า 2 ล้านบัญชีทั้งในและนอกประเทศ เพื่อค้นหางานที่ตอบโจทย์ความต้องการงาน
นอกจากนี้ บริษัทยังวางเป้าหมายขยายไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย รวมถึงเผยแพร่แอพพลิเคชั่นใหม่ บนมือถือที่ไม่เคยมีมาก่อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย







