
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการติดตามทวงถามหนี้ที่เป็นธรรม ตอน 3
...เดชา กิตติวิทยานนท์
นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม การตรวจสอบภาระหนี้ หนี้หลายบัญชี การร้องเรียน การกำกับดูแลผู้ติดตามหนี้ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ติดตามหนี้ดำเนินการใดๆ อันเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เพื่อที่จะติดตามทวงถามหนี้ การกระทำที่ว่านั้นให้หมายถึงการกระทำดังนี้
1.เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใดๆ เว้นเสียแต่ได้มีการตกลงไว้ล่วงหน้า หรือที่มีกฎหมายอนุญาตให้ทำได้
2.การติดต่อผู้บริโภคเกี่ยวกับหนี้โดยไปรษณีย์
3.การใช้ภาษา หรือสัญลักษณ์ ชื่อทางธุรกิจของผู้ติดตามทวงหนี้บนซองจดหมายในการติดต่อผู้บริโภคที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อมาเพื่อการติดตามทวงถามหนี้ เว้นเสียแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ติดตามหนี้ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นการประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้
4.การกระทำอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศ
การตรวจสอบภาระหนี้
มาตรา 17 ผู้ติดตามหนี้ต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบถึงจำนวนหนี้ และชื่อของสถาบันการเงินที่ผู้บริโภคเป็นหนี้
มาตรา 18 ในกรณีที่ผู้บริโภคแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ติดตามหนี้ตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนหนี้ทั้งหมด หรือบางส่วน หรือชื่อของสถาบันการเงินรายแรกที่ผู้บริโภคเป็นหนี้นั้น ให้ผู้ติดตามหนี้ตรวจสอบและแจ้งให้ผู้บริโภคทราบภายใน 30 วัน เป็นหนังสือ และในช่วงระหว่างการตรวจสอบนั้นห้ามมิให้ผู้ติดตามหนี้ติดต่อผู้บริโภคเว้นแต่เป็นการเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หนี้หลายบัญชี
มาตรา 19 ในกรณีที่เป็นหนี้หลายบัญชีและได้ชำระขั้นต่ำหนี้ดังกล่าวผ่านผู้ติดตามหนี้ ให้ผู้ติดตามหนี้นำเงินดังกล่าวไปชำระในแต่ละบัญชีตามสัดส่วน แต่ไม่ให้ชำระแก่บัญชีที่อยู่ระหว่างการโต้แย้ง เว้นเสียแต่ผู้บริโภคได้กำหนดวิธีการชำระหนี้ไว้
การร้องเรียน
มาตรา 20 ในกรณีที่ผู้บริโภคได้รับการปฏิบัติจากผู้ติดตามหนี้อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัตินี้ ผู้บริโภคอาจร้องเรียนต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยการร้องเรียนต่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
เมื่อมีคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ติดตามหนี้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดนั้น
การกำกับดูแลผู้ติดตามหนี้
มาตรา 21 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า
“คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสินเชื่อส่วนบุคคล” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนห้าคนเป็นกรรมการให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยอย่างน้อยต้องเป็นคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงินและการธนาคารสองคน และด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหนึ่งคน โดยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีและแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะต้องแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันอีกสองวาระมิได้
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้บริหารของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
มาตรา 22 ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ในการกำกับดูแลและการติดตามทวงถามหนี้ของผู้ติดตามหนี้ อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง
1.ออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
2.ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ รวมถึงการกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการติดตามทวงถามหนี้
3.สั่งให้ผู้ติดตามหนี้ยื่นรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการเป็นการทั่วไปหรือเป็นการเฉพาะ โดยมีรายการและตามระยะเวลาที่กำหนด
4.สั่งให้ผู้ติดตามหนี้ทำคำชี้แจงข้อความเพื่ออธิบายหรือขยายความรายงานที่ได้จัดขึ้นตามข้อ 3
5.พิจารณาวินิจฉัยข้อร้องเรียนตามพระราชบัญญัตินี้
6.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
7.ปฏิบัติการอื่นใดตามที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ หรือธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ปฏิบัติการหรือเสนอความเห็นมายังคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วยก็ได้







