
ITEL ขาย 5.20 บาท
รายย่อย-สถาบันสนใจซื้อ รายได้-กำไรเติบโตสูง
รายย่อย-สถาบันสนใจซื้อ รายได้-กำไรเติบโตสูง
ITEL เสนอจุดแข็งผ่านการลงทุนครั้งใหญ่ไปแล้วรอเก็บรายได้ที่มีมาร์จิ้นสูง ขยายลงทุนตามความต้องการของตลาดใน-นอก
นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) เปิดเผยว่า บริษัทเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท เสนอขายผู้ถือหุ้นของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) ไม่เกิน 60 ล้านหุ้น วันที่ 31 ส.ค. และ 1-2 ก.ย. 2559 และเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป 140 ล้านหุ้น วันที่ 7-9 ก.ย. 2559 คาดจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 14 ก.ย. 2559
“มั่นใจหุ้น ITEL จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างดี จากการกำหนดราคาขายที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ITEL มีจุดเด่นที่โครงข่ายเป็นเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงทั้งเส้นทาง ครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งยังเป็นโครงข่ายที่เป็นเส้นทางที่แตกต่างมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการเข้าสู่ยุคดิจิทัล รวมทั้งผลตอบรับจากการสำรวจความต้องการของรายย่อยจากการไปโรดโชว์ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รวมถึงการเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนสถาบันที่ผ่านมา” นายสมภพ กล่าว
ขณะเดียวกัน ผลประกอบของ ITEL เติบโตอย่างโดดเด่น ในปี 2556 ที่เริ่มเปิดให้บริการโครงข่ายมีรายได้รวม 12.57 ล้านบาท เป็น 436.89 ล้านบาท ในปี 2558 โตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 502.89% และครึ่งปี 2559 มีรายได้รวม 354.82 ล้านบาท พุ่งขึ้น 95.75% ปัจจุบันลงทุนสร้างโครงข่ายหลักครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว เหลือเพียงเส้นทางย่อยเพื่อเชื่อมต่อไปยังลูกค้าแต่ละราย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 13.11% เป็น 29.98% ในครึ่งปี 2559 เช่นเดียวกับอัตราขาดทุนสุทธิที่ 127.99% ในปี 2556 เป็น 10.11% ครึ่งแรกของปีนี้ และกำไรสุทธิ 35.87 ล้านบาท สูงกว่าทั้งปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ 30.67 ล้านบาท นอกจากศักยภาพในการเติบโตของรายได้แล้ว อัตราการทำกำไร ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการประหยัดต่อขนาด ทำให้มั่นใจว่า ITEL จะเป็นหุ้นน้องใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี
ด้าน นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ ITEL กล่าวว่า ระดมทุนครั้งนี้ 1,040 ล้านบาท จะนำไปปรับปรุงและขยายประสิทธิภาพโครงข่าย 50 ล้านบาท จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ 70 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้ยืมบริษัทที่เกี่ยวข้องจำนวน 600 ล้านบาท และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
“การระดมทุนครั้งนี้เพื่อขยายการลงทุนจะยิ่งสร้างการเติบโต เพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพการให้บริการเทคโนโลยีทางด้านข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานต้องการช่องสัญญาณขนาดใหญ่ โดยจะลงทุนในอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงข่าย เช่น MPLS และ DWDM รวมถึงอุปกรณ์ Node เพื่อรองรับการเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เมียนมา และลาว เพื่อรองรับการเปิดเออีซี รวมทั้งการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ และชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น” นายณัฐนัย กล่าว







