
เร่งบูมทางสายไหมทางทะเล
ผลักดันไทยลุยเส้นทางท่องเที่ยวเรือสำราญ เชื่อมจีน-ญี่ปุ่น
ผลักดันไทยลุยเส้นทางท่องเที่ยวเรือสำราญ เชื่อมจีน-ญี่ปุ่น
แนะอาเซียนฟื้นเส้นทางสายไหมทางทะเล บูมท่องเที่ยว หนุนไทยลงทุนเรือสำราญเปิดเส้นทางใหม่
ดาโต๊ะ อับดุล มาจิด อะหมาด คาน ประธานสมาคมมิตรภาพมาเลเซีย-จีน และอดีตเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวในการเสวนานุกรมความรู้ ครั้งที่ 7 25 ปี มิตรภาพจีน-อาเซียน ว่า ความร่วมมือกันระหว่างจีนกับชาติอาเซียนตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย นับจากนี้ไปต้องเร่งวางรากฐานทางการค้า สังคมที่มั่นคง การเร่งพัฒนาสาธารณูปโภค ถนน รถไฟ ท่าเรือ โดยเฉพาะการฟื้นฟูเส้นทางสายไหมทางทะเล เพื่อเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวร่วมกับภูมิภาคเส้นทางสายไหม เช่น อินเดีย ทวีปยุโรปและคาบสมุทรอาหรับ ผ่านเอเชียกลาง เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ อาเซียน ตะวันออกกลางและยุโรป เป็นต้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยควรพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวทางทะเล เรือสำราญ เรือเยาวชน เพื่อล่องไปยังเส้นทางจีน และเชื่อมญี่ปุ่นในอนาคต ซึ่งช่วยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกันได้
“อาเซียนและจีนต้องทุ่มเททักษะทางการทูตเสริมสร้างความแน่นแฟ้นสู่สันติภาพสร้างความมั่นคงรุ่งเรือง โดยเฉพาะสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไทย สามารถเชื่อมโยงการเดินทางเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังเอเชียอาคเนย์ได้” นายคาน กล่าว
ด้าน นายสารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า จากนี้ถึงอีก 5 ปีข้างหน้า โอกาสทางการค้าระหว่างไทยกับจีนจะมีความท้าทายมากขึ้น มองว่าไทยสามารถเป็นฐานการผลิตอาหารที่จะช่วยสร้างมาตรฐานให้กับการลงทุนของจีนได้ เพราะจีนยังไม่มีบริษัทไหนสามารถผลิตอาหารและได้รับความเชื่อถือ จึงเป็นโอกาสของไทย ซึ่งรัฐควรวางแผนรองรับให้ดี
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการลงทุนของจีนกับชาติอาเซียนนับจากนี้จะชะลอตัวลง หลังเติบโตอย่างขีดสุดเมื่อปีที่ผ่านมา วัดได้จากการลงทุนนอกประเทศของจีนที่ผ่านมา ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ลงทุนในอาเซียนเพียง 7,800 ล้านบาท ถือว่ามีสัดส่วนน้อยมาก แต่ยังมีช่องทางที่จะเพิ่มการเติบโต
นายอวูจื้ออวู่ อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า นับจากนี้ถึงปี 2568 จีนจะสร้างความร่วมมือกันระหว่างชาติอาเซียนด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่างๆ อย่างเหนียวแน่น และหากในอนาคตสามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้สำเร็จ เชื่อว่าจะสนับสนุนให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น







