
โตชิบาไทยย้ำลุยงานแผนเดิม
เล็ง3ปีนั่งท็อป3แบรนด์ญี่ปุ่น
โดย...จะเรียม สำรวจ
แม้ว่าช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมาจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจภายในโตชิบา เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โตชิบาได้มีการเซ็นสัญญาโอนหุ้นกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส คอร์ปอเรชั่น หรือ ทีแอลเอสซี ซึ่งถือเป็นบริษัทแม่ของ โตชิบา ไทยแลนด์ จำนวน 80.1% ให้กับบริษัท มีเดีย กรุ๊ป แต่การบริหารงานและการดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของประเทศไทยยังคงเหมือนเดิม
ขณะเดียวกันยังถือเป็นการสร้างความแข็งแกร่งและความคล่องตัวให้กับการทำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เนื่องจาก บริษัท มีเดีย กรุ๊ป ถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศจีน
กนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของโตชิบาในประเทศไทยทุกอย่างยังเหมือนเดิม ซึ่งแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเหมือนที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่และทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับรูปแบบของการดำเนินธุรกิจ โตชิบา ไทยแลนด์ ได้มีการวางแผนเอาไว้ 2 รูปแบบ คือ ระยะกลางและระยะยาว โดยในส่วนของแผนระยะกลางบริษัทจะเน้นไปที่การพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แผนระยะยาวบริษัทจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นชั้นนำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่โตชิบา ไทยแลนด์ ยึดถือมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าโตชิบาในประเทศไทย
ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เพราะนอกจากผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศไทยแล้ว ยังมีการส่งออกไปทำตลาดในประเทศต่างๆ โดยในส่วนของตู้เย็น 1 ประตู และพัดลม ปัจจุบันมีโรงงานผลิตสินค้าอยู่ที่สนามบินน้ำ ส่วนตู้เย็น 2 ประตู และเครื่องซักผ้ามีโรงงานผลิตสินค้าอยู่ที่บางกะดี จ.ปทุมธานี
ด้าน ณัฐพงษ์ อารีกุล กรรมการและที่ปรึกษาประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าวว่า แผนการดำเนินงาน 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านทุกกลุ่มเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือทีวี เนื่องจากบริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นท็อป 3 ในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านญี่ปุ่น จากปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ประมาณ 4-5
จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว จึงทำให้ โตชิบา ไทยแลนด์ ต้องเร่งเปิดตัวสินค้านวัตกรรมที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันให้มีส่วนแบ่งการตลาดขยับขึ้นมาติด 1 ใน 3 ทุกกลุ่มสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 8% เป็นอันดับ 4 ในตลาด ขณะที่ทีวีมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10% เป็นอันดับ 4-5 ของตลาด ตู้เย็น 2 ประตูมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 9-10% เป็นอันดับ 4 ในตลาด ยกเว้นตู้เย็น 1 ประตู ปัจจุบันขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดแล้ว ด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 30%
หลังจากออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่ล็อตใหญ่ในเดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้ โตชิบา ไทยแลนด์ มั่นใจว่าภาพรวมรายได้สิ้นปีนี้น่าจะเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน เนื่องจากแนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น และน่าจะทำให้โอกาสในการขึ้นสู่ท็อปทรีไม่ไกลเกินเอื้อม







