
งัดมาตรการจูงใจบูมมารีน่า
กระทรวงท่องเที่ยวฯ หามาตรการจูงใจ บูมศูนย์กลางมารีน่าเอเชีย ดึงเอกชนร่วมงานไทยแลนด์ ยอชต์โชว์
กระทรวงท่องเที่ยวฯ หามาตรการจูงใจ บูมศูนย์กลางมารีน่าเอเชีย ดึงเอกชนร่วมงานไทยแลนด์ ยอชต์โชว์
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีแผนผลักดันให้ไทยเป็นมารีน่าในเอเชียและอาเซียน โดยเตรียมพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเรือสำราญและมารีน่าอย่างเชื่อมโยงและบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ล่าสุดได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขกฎหมายที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมตลาดดังกล่าว เช่น ให้วีซ่าสำหรับลูกเรือที่เข้ามาพร้อมกับเรือได้อยู่ในราชอาณาจักรได้ 1 ปี เป็นต้น
นอกจากนี้ มีกฎหมายที่เตรียมแก้ไข คือเรื่องการกำหนดวางเงินประกันเป็นเงินสด 7% ของมูลค่าเรือสำหรับการมาทำธุรกิจเช่าเหมาเรือ (ชาร์เตอร์) เมื่อเทียบท่าในประเทศไทย จะได้รับคืนต่อเมื่อนำเรือออกจากน่านน้ำ ต่อไปจะปรับเปลี่ยนให้ใช้วิธีอื่นๆ เช่น ให้ธนาคารค้ำประกัน เพื่อจูงใจให้เรือจากทวีปอื่นๆ เข้ามาจอดในประเทศไทยเพิ่มขึ้น
นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ได้เตรียมของบประมาณที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 25 ล้านบาท สำหรับจัดงานมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ภายใต้ชื่อ “ไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ 2016” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15-18 ธ.ค.นี้ ที่อ่าวปอ จ.ภูเก็ต โดยมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้รับผิดชอบการจัดงานร่วมกับกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพให้เข้ามาไทย รวมถึงผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางมารีน่าในเอเชีย หรือ มารีน่า ฮับ ออฟ เอเชีย
ทั้งนี้ การจัดงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ครั้งที่ 1 เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา สร้างรายได้สะพัดประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ราว 1.73 หมื่นล้านบาท โดยมีเรือยอชต์และเรือสำราญเข้าร่วมจัดแสดงทั้งหมด 42 ลำ โดยใช้พื้นที่การจัดแสดงทั้งบนบกและทางน้ำกว่า 686 ตารางเมตร มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 4,700 คน ได้รับความสนใจจากตลาดอาเซียนมากที่สุด แบ่งเป็นผู้ซื้อเข้าร่วมงานคิดเป็น 72.9% และผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 75.4% เทียบกับผู้ร่วมงานทั้งหมด ส่วนผู้เยี่ยมชมจากภูมิภาคอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ยุโรป 10.6% แอฟริกา 12.2% ออสเตรเลีย 2.8% และอเมริการาว 1.5% ขณะที่ในฝั่งผู้ผลิตและจำหน่ายใช้เวทีนี้ในการนำเสนอเรือยอชต์และสินค้าหรูที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือกว่า70 แบรนด์ ซึ่งบริษัทจากออสเตรเลียเข้าร่วมคิดเป็นสัดส่วนกว่า 12.3% และยุโรป 8.2%
อย่างไรก็ตาม การจัดงานช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในส่วนผู้เยี่ยมชมงานและผู้ผลิตมาร่วมแสดงสินค้าเพิ่มขึ้น ประมาณ 70 ลำ จากเดิม 50 ลำ ขณะที่ผู้ออกงานแสดงที่จอดเรือเทียบท่าที่เคยเข้ามา 32 ลำ จะมีทั้งสิ้น 40 ลำ มีผู้เข้าชมงาน 750 ราย เทียบกับครั้งที่ 1 มี 600 ราย โดยผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเศรษฐีและแขกระดับวีไอพี ประมาณ 1,000 ราย จากครั้งก่อนมี 450 ราย







