
ชูไอทีช่วยป้องกันทุจริต
“ซีจี” ยุคใหม่ทั่วโลกใช้ไอทีองค์กร ปิดช่องโหว่แอบนำข้อมูลภายในไปขาย แนะผู้บริหารต้องรู้เรื่องเทคโนโลยี
“ซีจี” ยุคใหม่ทั่วโลกใช้ไอทีองค์กร ปิดช่องโหว่แอบนำข้อมูลภายในไปขาย แนะผู้บริหารต้องรู้เรื่องเทคโนโลยี
นายเมธา สุวรรณสาร กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล (AYUD) เปิดเผยว่า มาตรการกำกับดูแลกิจการ (ซีจี) ที่ดียุคใหม่ทั่วโลกจะใช้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และใช้ไอทีระดับองค์กร (Governance of Enterprise IT) มากำกับดูแลความเสี่ยง พร้อมกำหนดบทบาทของคณะกรรมการของบริษัท (บอร์ด) ที่ชัดเจน เพื่อประเมินผลใน 5 เรื่องที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด 1.การสร้างความมั่นใจในการกำกับดูแลให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั่วไปและเป็นสากล 2.สร้างความมั่นใจว่าองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียจะได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม 3.มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม 4.มีการดูแลทรัพยากรอย่างเหมาะสม 5.การดูแลให้เกิดความโปร่งใส
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังได้นำมาตรฐาน Governance of Enterprise IT เปิดรับฟังความเห็นกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติคาดว่าจะทยอยใช้ในปี 2559 และมีโอกาสที่จะนำมาใช้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยป้องกันและทำให้การทุจริตในองค์กรลดลงได้
“การนำ Governance of Enterprise IT เป็นเรื่องที่ไม่ต้องลงทุนมาก ขอให้มีความเข้าใจระดับบอร์ดที่ต้องกำหนดขึ้นเป็นนโยบายออกมาปฏิบัติในองค์กร เพื่อสื่อสารภายใน หากทำได้จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างมูลค่าเพิ่มในองค์กรได้” นายเมธา กล่าว
การใช้ไอทีมาควบคุมความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรต้องตระหนักเพื่อสร้างธรรมาภิบาลหรือจัดการการทุจริตในองค์กรในยุคนี้ เพราะปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นช่องทางในการทุจริตหรือสร้างความเสียหายในองค์กรมากขึ้น เช่น การโจรกรรมข้อมูลองค์กรไปหาประโยชน์ ซึ่งองค์กรสามารถปิดช่องโหว่ในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการทุจริตได้ ดังนั้นผู้บริหารยุคใหม่นอกจากการทำเรื่องธรรมาภิบาลแล้วต้องเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการมีประสิทธิภาพมากที่สุด
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า การทุจริตในองค์กรมีความคาบเกี่ยวไปยังระบบไอทีหรือความเสี่ยงด้านไซเบอร์ เช่น การนำข้อมูลความลับขององค์กรออกไปเปิดเผยภายนอกบริษัท ในส่วนตลาดและบริษัทหลักทรัพย์มีระบบบริหารจัดการระบบไอทีภายในที่เข้มข้นมีมาตรฐานสูง ปัจจุบันได้มาตรฐาน ISO2000 และ ISO27001 ที่ใช้ในต่างประเทศ
“ตลาดให้ความสำคัญมากในการดูแลความปลอดภัยของระบบไอที มีมาตรการภายใน อาทิ การกำหนดอายุพาสเวิร์ดของพนักงานเพื่อใช้งานผ่านระบบไอที ต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อครบอายุ สามารถตรวจสอบพนักงาน ส่วนระบบภายนอกมีระบบการป้องกันและทดสอบระบบของตลาดเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้ามาแฮ็ก รวมถึงกรณีเกิดข่าวที่เกี่ยวข้องจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน” นางเกศรา กล่าว
นายไพฑูรย์ ทวีผล ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) กล่าวว่า คณะกรรมการได้มอบหมายตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อดูแลป้องกันการทุจริตมีระบบสอบทานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพรวมถึงรายการทุจริตในงบการเงินบริษัทให้อิสระผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างเต็มที่ กรรมการตรวจสอบยังทำหน้าที่จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงเพื่อให้อยู่ในระดับที่ผู้บริหารรับได้เพื่อทำให้มั่นใจว่าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีมาตรฐาน
นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิดให้ร้องเรียนทั้งจากภายในคือ พนักงาน คู่ค้าและลูกค้า รวมถึงมีระบบที่ดูแลความปลอดภัยของผู้ร้องเรียนกรณีทุจริต จากอดีตถึงปัจจุบัน CPN ยังไม่เคยเกิดรายการทุจริตที่มีมูลค่าสูงแบบมีนัยสำคัญ







