
ธุรกิจขายตรงเกาะกระแสดิจิทัล มุ่งออนไลน์กระตุ้นยอด
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ภาพรวมของธุรกิจขายตรงมีการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อผลักดันให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าและสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล
รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร ผู้ก่อตั้งบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป เปิดเผยว่า หลังจากดำเนินธุรกิจมา 1 ปี มียอดขายเติบโตกว่า 200% หรือมียอดขายประมาณ 250 ล้านบาท จากจำนวนสมาชิก 1 แสนคน และคาดว่าในปีนี้สมาชิกจะเพิ่มขึ้นได้อีก 1 เท่าตัว เนื่องจากบริษัทได้ใช้แอพพลิเคชั่นเพย์ออล ไปต่อยอดธุรกิจด้วยระบบ MLC หรือ Multilevel Consumer Network Platform เข้ามาช่วยในการทำงาน ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ที่การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านแอพพลิเคชั่นเพย์ออลแล้ว จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนกลับมา ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด แต้มสะสม และหากสมาชิกใช้บริการแอพพลิเคชั่นแล้วบอกต่อจะได้รับค่าแนะนำ และได้รับรายได้ตามแผนการตลาดเพย์ออลอีก 7 ช่องทาง
ทั้งนี้ รายได้ดังกล่าวจะประกอบด้วย 1.รายได้จากการสมัครเป็นนักธุรกิจและการใช้จ่าย 2.ค่าแนะนำให้คนอื่นมาใช้แอพพลิเคชั่น 3.รายได้จากค่าใช้จ่ายของทุกคนภายใต้องค์กร 4.ส่วนแบ่ง 20% จากรายได้ของกลุ่มเครือญาติ ที่ได้จากรายได้ข้อที่ 3 5.รางวัลเกียรติยศ ท่องเที่ยวต่างประเทศ รถยนต์ คอนโดมิเนียม บ้าน และทองคำ 6.รายได้จากทีมขายเติบโต เป็นโบนัสพิเศษ และ 7.โปร
โมชั่นแจกรถยนต์จากการสร้างทีม
“จุดแข็งของผู้บริโภคหรือสมาชิกที่ใช้แอพพลิเคชั่นเพย์ออล คือผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นรายรับได้ โดยแผนการตลาดของเพย์ออล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน MLM จากสหรัฐอเมริกา ที่ออกแบบให้ทำงานได้ สามารถทำงานได้ 2 สายงาน คือ ซ้ายและขวาเท่านั้น ไม่ว่าใครจะมาภายหลังก็สามารถมีคนในสายงานจำนวนมากได้เป็นพันหรือหมื่นในเวลาอันสั้น เนื่องจากคนที่อยู่เหนือกว่าทั้งหมดถูกแผนการตลาดช่วยอัตโนมัติ โดยมั่นใจว่าระบบ MLC จะช่วยผลักดันให้ยอดขายของเพย์ออลมากถึง 1,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปีข้างหน้า” รัฐภูมิ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ บริษัทจะเร่งสร้างแบรนด์แอพพลิเคชั่นเพย์ออลให้เป็นที่รู้จักและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นทุกด้าน เพื่อให้สมาชิกและผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้รับความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ กลุ่มสินค้า และบริการ ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท โดยปัจจุบันเพย์ออลมีร้านและบริการที่เข้าร่วมอยู่กว่า 1,000 ร้านค้า ล่าสุดได้ร่วมกับลาซาด้า ซึ่งมีร้านค้าเครือข่ายกว่า 1 แสนราย จึงคาดว่าภายใน 2 ปีแบรนด์เพย์ออลจะสามารถพัฒนาให้มีศักภภาพเทียบระดับสากล
เชนท์ สุวัณณพัน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อัยเซ็น กรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจขายตรงในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นค่อนข้างซบเซา เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งธุรกิจได้รับผลกระทบจากธุรกิจนอกระบบ โดยเฉพาะแชร์ลูกโซ่ที่สร้างความเสียหาย เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไม่ดีจึงทำให้ธุรกิจนอกระบบพยายามหาช่องทางมาหลอกลวงผู้บริโภคให้เห็นว่าสามารถสร้างรายได้จำนวนมาก
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาช่องทางขายผ่านออนไลน์ โดยอยู่ระหว่างเตรียมพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ผู้จำหน่ายอิสระหรือนักขายสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น โดยใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกจำนวน 1,000 ราย ซึ่งแอ็กทีฟหรือดำเนินธุรกิจจริงจัง 600 ราย ต่อใบเสร็จ สมาชิกจะซื้อสินค้าใช้ไม่ต่ำกว่า 1,500 บาท ซึ่งคาดว่าปีนี้จะปิดยอดขายที่ 50 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 30% และตั้งเป้าว่าภายใน 3-5 ปี นับจากนี้จะมียอดขายแตะหลัก 100 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 30%
ปัจจุบันสมาชิกส่วนใหญ่ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจจะเป็นผู้หญิงอายุ 24-50 ปี ซึ่งหลังจากการพัฒนาช่องทางแอพพลิเคชั่นจะทำให้มีสมาชิกอายุระหว่าง 18-20 ปีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินค้าของบริษัทที่นำเข้ามาขายนั้นเป็นสินค้าเครื่องสำอางที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด
“หลังจากพัฒนาช่องทางการขายออนไลน์ผ่านรูปแบบแอพพลิเคชั่น จะทำให้สมาชิกเพิ่มขึ้นเท่าตัวในระยะเวลาอันใกล้จาก 1,000 คน เป็น 2,000 คน เนื่องจากจะทำให้คนเข้าใจขายตรงเอ็มแอลเอ็มมากขึ้น ซึ่งการทำธุรกิจขายตรงที่ดีนั้นจะต้องสร้างเครือข่ายผู้บริโภคขึ้นมาเอง ดีกว่าการดึงแม่ทีมจากที่อื่นมาช่วยสร้างเครือข่าย ซึ่งจะทำให้ธุรกิจนี้อยู่ได้ไม่นาน” เชนท์ กล่าว
เหล่านี้คือการปรับตัวของบรรดาผู้ประกอบการขายตรงที่มองเห็นโอกาสจากการพัฒนาช่องทางการออนไลน์ ซึ่งรายใดสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยไม่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบตีหัวเข้าบ้าน หรือหลอกลวงผู้บริโภคเชื่อว่าจะสามารถอยู่ในวงการขายตรงได้ในระยะยาว







