
ค่าเงินบาท แข็งเกินไปหรือไม่
สัปดาห์ที่ผ่านมาภาคเอกชนออกมากดดันกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เข้ามาดูแลเงินบาท ซึ่งเอกชนโวยว่าแข็งค่าและโทษว่าเป็นต้นเหตุให้การส่งออกถดถอย แถมยื่นมาตรการควบคุมเงิน เช่น มาตรการเก็บค่าธรรมเนียม หรือภาษีเงินทุนไหลเข้า ซึ่งเข้ามาแบบผิดปกติเพื่อการเก็งกำไร ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าเงินบาทในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าจริง เพียงแต่ว่าจะเทียบในช่วงเวลาใด หากเปรียบเทียบช่วงสั้นๆ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ถึงปัจจุบันแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 3.4
สัปดาห์ที่ผ่านมาภาคเอกชนออกมากดดันกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เข้ามาดูแลเงินบาท ซึ่งเอกชนโวยว่าแข็งค่าและโทษว่าเป็นต้นเหตุให้การส่งออกถดถอย แถมยื่นมาตรการควบคุมเงิน เช่น มาตรการเก็บค่าธรรมเนียม หรือภาษีเงินทุนไหลเข้า ซึ่งเข้ามาแบบผิดปกติเพื่อการเก็งกำไร ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าเงินบาทในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าจริง เพียงแต่ว่าจะเทียบในช่วงเวลาใด หากเปรียบเทียบช่วงสั้นๆ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ถึงปัจจุบันแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 3.4
ประเด็นคือเงินบาทแข็งค่าเกินไปหรือไม่ คงต้องมาดูอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก พบว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินสกุลต่างๆ ในภูมิภาคล้วนแข็งค่าทั้งสิ้น รวมถึงประเทศจีนซึ่งที่ผ่านมาควบคุมเงินหยวนไว้อย่างใกล้ชิดก็พลอยแข็งค่าตามไปด้วย
สาเหตุสำคัญมาจากความผันผวนอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้รับปัจจัยจากแนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐอาจเลื่อนการปรับดอกเบี้ยนโยบายไปเดือน ก.ย. แสดงถึงความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ อีกทั้งประเทศญี่ปุ่นไตรมาส 2 เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้
ประเทศไทยในสายตาของต่างชาติถึงแม้การเมืองแบบไม่ปกติแต่ผลประชามติเป็นบวกต่อรัฐบาลรวมถึงมีโรดแมปการเลือกตั้งที่ชัดเจนบวกกับเศรษฐกิจไตรมาส 2 ดีเกินคาด ทำให้มีความน่าเชื่อถือด้านการเงินต่อประเทศ ทุนสำรองอยู่ในระดับสูงขนาดนำเข้าได้หนึ่งปี โดยไม่ต้องส่งออกและหนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ เป็นปัจจัยให้เงินทุนไหลเข้าและเงินสะพัดสูงสุดในรอบ 18 ปี
ทั้งหมดเป็นปัจจัยทำให้ในช่วงที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐเท่านั้นแต่เงินบาทเมื่อเทียบกับเงินหยวนและเงินยูโรก็แข็งค่าทั้งสิ้น
คำถามเงินบาทแข็งค่าจนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ส่งออกชอบให้เงินบาทอ่อน เพราะโค้ดราคาเสนอขายได้ง่ายไม่ต้องห่วงว่าจะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแถมได้กำไรมากขึ้น
อย่างไรก็ดี จากการติดตามอัตราแลกเปลี่ยนต่อเนื่องมาหลายปี พบว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อการส่งออกไม่มากนักหากว่าการอ่อนหรือแข็งค่าสอดคล้องกับประเทศคู่แข่งและขึ้นอยู่กับราคา รวมทั้งสภาวะของตลาดเป็นบวกหรือลบ สำหรับผู้ส่งออกที่กล่าวว่าเงินบาทแข็งค่ามากจนส่งออกไม่ได้คงต้องมาดูอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าเงินบาทถัวเฉลี่ยเปรียบเทียบแต่ละปีไม่ได้แข็งค่าแต่กลับอ่อนค่าเสียด้วยซ้ำและการส่งออกในช่วงเดียวกันกลับถดถอย
ดังนั้น คงกล่าวลอยๆ ไม่ได้ว่าเงินบาทแข็งหรืออ่อนค่าเป็นต้นเหตุที่ให้ส่งออกไม่ได้ เรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ต้องใช้ข้อมูลแบบต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าในช่วงครึ่งปีหลังแนวโน้มเงินบาทออกไปทางแข็งค่า การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนหากจะเข้าไปแทรกแซงให้พิจารณาถึงผู้ได้และเสียประโยชน์ เพราะภาคการนำเข้ามีสัดส่วนใกล้เคียงกับตัวเลขการส่งออกผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลเงินบาทคงต้องชั่งน้ำหนัก...ดูดีๆ นะครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







