posttoday
เซ็ปเป้

เซ็ปเป้

23 สิงหาคม 2559

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

การซื้อธุรกิจมะพร้าวแบรนด์All Coco จะส่งผลบวกและสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับบริษัท เซ็ปเป้ (SAPPE) ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป แต่สำหรับปี 2559-2560 จะยังรับรู้เป็นผลขาดทุนก่อน เพราะการผลิตของ All Coco ที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญต่อประมาณการของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) จึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้เติบโต 24.5% และคาดการเติบโตต่อเนื่อง 16% ในปีหน้า โดยการเติบโตในช่วง 2 ปีนี้จะมาจากการร่วมทุนกับดิสทริบิวเตอร์รายใหม่ที่จีน ซึ่งเชื่อว่าธุรกรรมจะจบทันภายในปีนี้ และน่าจะเห็นรายได้ส่งออกไปจีนเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2560 เป็นต้นไป

ในขณะที่คาดรายได้จากน้ำมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นที่มาจากมะพร้าวจะช่วยสร้างการเติบโตตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จึงปรับเพิ่มราคาที่เหมาะสมทางพื้นฐานปี 2560 เป็น 32 บาท จาก 26 บาท ยังแนะนำซื้อ

CCF

SAPPE ซื้อหุ้น 40% ของบริษัท โคโคนัท แฟคทอรี่ (CCF) ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 140 ล้านบาท (ธุรกรรมจะแล้วเสร็จในวันที่ 1 ต.ค.นี้) โดยมีเงื่อนไขว่าภายใน 2 ปีข้างหน้าจะซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 51% หลังจากนั้นภายใน 4 ปี ซื้อเพิ่มได้อีกเป็น 60% การซื้อทีละล็อตเป็นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นของ SAPPE เพราะการถือ 40% ในช่วง 2 ปีแรกที่คาดว่า CCF น่าจะยังไม่กำไร ไม่กระทบต่อรายได้และต้นทุนค่าใช้จ่ายของ SAPPE เพราะรับรู้ขาดทุนตามสัดส่วนที่ถือ และบันทึกเข้ามาเป็นบรรทัดเดียว พอปีที่ 3 (2561) ที่ CCF ควรจะมีกำไรแล้ว บริษัทจึงถือหุ้นเพิ่ม และด้วยสัดส่วน 51% จะต้องรวมงบการเงินของ CCF เข้ามาทุกบรรทัดตั้งแต่รายการแรกคือรายได้ซึ่งจะช่วยเสริมผลประกอบการของ SAPPE

ทั้งนี้ CCF เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหารที่แปรรูปจากมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ All Coco ทั้งนี้ มีบริษัทในเครือ 2 แห่งคือ 1) K Best Farm เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบมะพร้าว ปัจจุบันมีรายได้ส่วนใหญ่จากการขายให้กับผู้ผลิตรายอื่น (OEM) และ 2) All Coco เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่แปรรูปจากมะพร้าว ได้แก่ น้ำมะพร้าวบรรจุขวด ไอศกรีมมะพร้าว และพุดดิ้งมะพร้าวน้ำหอม ปัจจุบันมีโรงงานอยู่ที่สมุทรสาคร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปลายปี 2558 และเพิ่งเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2559 และมีสาขาร้านชื่อ All Coco ตามห้างสรรพสินค้าในไทยอยู่ 14 แห่ง และขายแฟรนไชส์ไปในต่างประเทศแล้ว 4 ประเทศ (เกาหลี อินโดนีเซีย เซี่ยงไฮ้ มาเลเซีย) จุดเด่นของ CCF คือมีเครือข่ายพันธมิตรชาวสวนมะพร้าวราว 6,000 ไร่ (Contract Farming)และสามารถจัดหาวัตถุดิบให้กับเครือได้ขั้นต่ำ 1 แสนลูก/วัน

ผลดีต่อ SAPPE

ด้วยกระแสความนิยมเครื่องดื่มและสินค้าแปรรูปจากมะพร้าวที่ดีมากและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในต่างประเทศ ในขณะที่บริษัทเองได้มีการนำเสนอน้ำมะพร้าว (SAPPE Coco) มาหลายปีแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่ไม่สามารถจัดหาได้อย่างเพียงพอ ทำให้ไม่สามารถกระจายสินค้าได้ตามเป้าหมาย การเข้าซื้อ CCF ในครั้งนี้ถือเป็นการขจัดปัญหาเรื่องวัตถุดิบของบริษัท ได้โรงงานและสายการผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุขวดด้วยเทคโนโลยี High Pressure Processing คือการบรรจุขวดด้วยการใช้ความดันสูงเพื่อการถนอมอาหาร รวมถึงการต่อยอดเข้าไปในธุรกิจที่ไม่ใช่เครื่องดื่ม อาทิ ไอศกรีม พุดดิ้ง หรือเนื้อมะพร้าวบรรจุกล่อง ทั้งนี้ บริษัทสามารถใช้ช่องทางการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งของตนเองทั้งในและต่างประเทศ ในการทำตลาดน้ำมะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวดขายแบบพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศ

ระยะยาวดี

ในช่วงปี 2559-2560 คาดว่า CCF จะยังขาดทุนเพราะเพิ่งเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์สำหรับน้ำมะพร้าวบรรจุขวด ยังไม่ถึงระดับคุ้มทุน เราคาดว่า SAPPE จะรับรู้ผลขาดทุนเพียงปีละ 5-8 ล้านบาท ไม่กระทบต่อประมาณการของเราอย่างมีนัยสำคัญ และเรากลับมองเป็นบวกต่อการเติบโตในระยะยาว เพราะภายหลังที่ SAPPE เข้าไปช่วยทำตลาดและกระจายสินค้า น่าจะทำให้มีกำไรได้ในปี 2561

สรุปดิสทริบิวเตอร์ปีนี้

SAPPE อยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อย SAPPE China ในประเทศจีน โดยจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรใหม่ ซึ่งเป็นดิสทริบิวเตอร์ในจีน คาดจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และตั้งเป้ามี
รายได้ส่งออกไปจีนกลับมาเท่ากับที่เคยทำได้ดีในปี 2557 ตั้งแต่ไตรมาสแรก ปี 2560 เป็นต้นไป ถือว่ายังเป็นไปตามประมาณการยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 โต 24.5% และคาดโต
ต่อเนื่องในปี 2560 ราว 16%

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69