posttoday
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน

อดเปรี้ยวไว้กินหวาน

23 สิงหาคม 2559

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม

ไปเจอบทความแปลกๆ แต่คิดว่ามีประโยชน์เลยเอามาแชร์กัน “เขาพูดว่าไอคิวของประเทศ ทำให้คนในประเทศรวยกว่า และสำคัญกว่า ไอคิวส่วนตัว!!”

อ่านปั๊บ รีบคลิกเข้าไปดูเลยว่า มันยังไงกัน เพราะในชีวิตจริง คนฉลาดกว่า น่าจะรวยกว่า ใช่หรือไม่?

เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่แนวคิดมันตรงกับหนังสือเล่มนึง ที่ผมเคยอ่านของ Yuval ศาสตราจารย์ชาวอิสราเอล ที่ทำการวิจัยว่า “มนุษย์ครองโลกใบนี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ร่างกายมนุษย์อ่อนแอกว่าสัตว์อื่นๆ”

สิ่งที่เขาพบก็คือ เพราะ หนึ่ง เราทำงานเป็นทีมได้เก่งกว่าสัตว์ชนิดอื่น เราจึงสามารถร่วมกันสร้างสิ่งต่างๆ ในโลกให้มนุษย์เหนือกว่าสัตว์อื่นๆ

สอง มนุษย์เรามองการณ์ไกลกว่าสัตว์อื่นๆ...ไม่มีสัตว์ไหนในโลกหรอกที่จะนั่งเก็บเงินเก็บอาหารไว้ใช้ยามที่เราหมดแรง...สัตว์อื่นๆ ก็หาเช้ากินค่ำนั่นแหละ

ใช่!! ด้วยบทวิจัย 2 ข้อนี้ มันสอนเกือบทุกอย่างเกี่ยวกับความมั่งคั่งว่า “ใครอยากเจริญ ก็ต้องรู้จักทำงานเป็นทีม และมองการณ์ไกล อดเปรี้ยวไว้กินหวาน”

นั่นซิ มันเป็นสองเรื่องที่ยากที่สุดของคนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการอดเปรี้ยวไว้กินหวาน...เพราะทุกคนทุกวันนี้ ขอได้เงินทันที...ขอเดี๋ยวนี้เลย -- พอจะเห็นอนาคตคนรุ่นใหม่ไหมครับว่า เขาจะพลาดอะไรกัน

ในบทความเรื่อง ไอคิว เขาสรุปว่า “คนที่ไอคิวสูงกว่ามักมองการณ์ไกลกว่า เหมือนกันเลย”

ผมมีแบบฝึกหัดให้เราคิดไกลขึ้น ดังนี้

1.ลองคิดแบบนักลงทุน...นักลงทุนจะมองว่า เงินทุกก้อนมีค่าเสียโอกาส...สมมติเขาจะซื้อรถ 1 ล้านบาท เขาก็จะเทียบว่า ถ้าเขาสามารถเอา 1 ล้านนี้ลงทุนที่ 10% ใน 10 ปี มันจะเพิ่มเป็น 2 ล้านกว่า เทียบกับรถยนต์จะมีมูลค่าเท่าไหร่ใน 10 ปี (คิดแบบนี้จะทำให้เราระวังค่าใช้จ่ายมากขึ้น)

2.ลองเอาของทุกอย่างที่เรามี มามองการณ์ไกล เช่น เอาของสะสม มาประมาณราคาในอนาคตว่า มูลค่าจะเพิ่มเป็นเท่าไหร่...การทำแบบนี้มันไม่ใช่การคำนวณทางคณิตศาสตร์ แต่ก็พอจะเห็นภาพว่า สิ่งที่เราถือครองในปัจจุบันจะทำให้เราเป็นเศรษฐีได้ในอนาคตหรือไม่

3.ลองมองงานที่เราทำ หรืออาชีพของเราว่า ในอีก 10 ปี จะมีงานหรืออาชีพที่มาแทนอาชีพเราไหม เช่น ในอดีตเราถูกเลือกจากผู้มีอำนาจ เขาสามารถชี้เป็นชี้ตายให้อนาคตเราได้...แต่ปัจจุบันงานของเราถูกเลือกจากลูกค้า เป็น Crowd Sourcing แทน “ยุคนี้จะทำอะไร ถึงต้องมองผู้ใช้หรือลูกค้าอย่างแรกเลย”

4.ลองคิดซิว่า ถ้าพรุ่งนี้เราตายไป เราจะทำให้ใครเดือดร้อนบ้าง...บางคนคิดปั๊บ รีบซื้อประกันเบื้องต้นเลย...ก็ยังดีที่คิด เพราะถ้าไม่คิด ไม่เตรียม สิ่งนั้นแหละจะวิ่งเข้ามาทำร้ายเรา...ใช่!! อย่ารอพูดว่า “รู้หยั่งงี้ ทำประกันมะเร็ง สุขภาพ ชีวิต เอาไว้จะไม่เป็นแบบนี้” (ผมไม่มีส่วนได้เสียกับธุรกิจประกัน แต่อยากแนะนำทุกคนให้รู้จักเตรียมความพร้อม ให้ตัวเราไม่เป็นภาระใคร)

5.ลองคิดซิว่าสินทรัพย์อะไรที่เราจะเก็บไว้ให้ตัวเราในยามแก่ หรือลูกหลานเราได้บ้าง...คนที่คิดเก็บสินทรัพย์สุดท้ายรวยกว่าคนที่พยายามเก็บเงินสด เพราะ เงินสด มันออกแบบมาให้ใช้ ไม่ได้ออกแบบมาให้เก็บ...คิดดีๆ มองรอบๆ คุณจะเห็นว่า คนรวยเขาจึงเก็บเป็นสินทรัพย์

ก็มองให้ไกลขึ้น ตัวเราจะดีขึ้น...แล้วเมื่อเราไม่สร้างภาระ สังคมโดยรวมก็ดีขึ้น...ประเทศก็จะดีขึ้น

“ไม่ต้องไปเปลี่ยนประเทศอะไรหรอกครับ แค่ตัวเรามองให้ไกลขึ้นสำหรับตัวเราเอง...แค่นี้เราก็ช่วยให้สังคมดีขึ้นแล้วครับ!”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ