
สตรีทคอฟฟี่ชิงกาแฟรถเข็น
คอปเปอร์ คราวน์ สบช่องตลาดกาแฟล่างไร้คู่แข่งมีแบรนด์ เปิดขายแฟรนไชส์สตรีท คอฟฟี่ 5 ปี 1,000 สาขา
คอปเปอร์ คราวน์ สบช่องตลาดกาแฟล่างไร้คู่แข่งมีแบรนด์ เปิดขายแฟรนไชส์สตรีท คอฟฟี่ 5 ปี 1,000 สาขา
นางจุฬาวัลย์ พงษ์สุทธิมนัส กรรมการบริหาร บริษัท คอปเปอร์ คราวน์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกาแฟคอปเปอร์ คราวน์ เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนขยายร้านกาแฟระดับล่างในรูปแบบแฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์สตรีท คอฟฟี่ เนื่องจากพบว่าตลาดร้านกาแฟระดับล่างมูลค่า 1,000 ล้านบาท มีศักยภาพที่จะเติบโต เพราะยังไม่มีแบรนด์คู่แข่งเข้ามาทำตลาด เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อยในรูปร้านรถเข็น อีกทั้งยังพบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มยกระดับมากขึ้น จึงมองว่าเป็นโอกาสเข้าไปทำตลาด
ขณะที่เซ็กเมนต์ร้านกาแฟระดับกลางและบนภายในศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน มีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ราคาเพื่อช่วงชิงลูกค้า จากการที่มีแบรนด์ทางเลือกทั้งจากไทยและอินเตอร์แบรนด์จำนวนมาก อาทิ สตาร์บัคส์ ซึ่งในตลาดดังกล่าวบริษัททำตลาดภายใต้แบรนด์สตาร์ฟ คอฟฟี่ ปัจจุบันมี 11 สาขา ในปีนี้จะขยายเพิ่มเป็น 16 สาขา
"แนวโน้มตลาดกาแฟในไทยกำลังถึงจุดเปลี่ยน เริ่มเกิดกาแฟสไตล์อินดี้ในรูปแบบรถทรัคส์ เหมือน เช่น ในสหรัฐ กาแฟระดับบนอยู่ในภาวะขาลง เพราะคนเริ่มต้องการกาแฟที่เป็นแบรนด์ของตัวเองและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ ทำให้บริษัทเริ่มขยายสตาร์ฟ คอฟฟี่ ในรูปแบบรถทรัคส์ รองรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับขยายไปยังช่องทางฟู้ดคอร์ต เนื่องจากการแข่งขันตามอาคารสำนักมีความรุนแรง"
สำหรับกลยุทธ์ตลาดของสตรีท คอฟฟี่ คือ รสชาติมีเมนูด้วยกัน 16 เมนู ดีไซน์ของร้านรถเข็นรถไฟฟ้า 3 ล้อ และราคา 30 บาท ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับล่าง เมื่อเทียบกับร้านรถเข็นราคา 20-30 บาท วางแผนเปิดขายแฟรนไชส์ราคา 9.9 หมื่นบาท ได้รับอุปกรณ์กว่า 40 รายการ ไม่มีการเก็บส่วนแบ่งยอดขายสามารถเปิดขายได้ทันที โดยเป็นการลงทุนแบบผ่อนชำระ 10 เดือน หรือเดือนละ 9,900 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0% ภายในปีนี้เน้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑลราว 50-100 สาขา ซึ่งจะลงทุนเองเปิดนำร่อง 3 สาขา ที่พหลโยธินและอารีย์ ในปีหน้าจึงจะเริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ต่างจังหวัด
นางจุฬาวัลย์ กล่าวว่า แฟรนไชส์สตรีท คอฟฟี่ เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง ลงทุนน้อย ความเสี่ยงต่ำ คืนทุนภายใน 3-6 เดือน ซึ่งจุดเด่นของบริษัทดำเนินธุรกิจทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ มีโรงคั่วกาแฟของตัวเอง ต้นทุนการผลิตกาแฟจึงต่ำ พร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากการที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์มาซื้อวัตถุดิบ 3 หมื่นบาท/คน/เดือน
นอกจากนี้ ยังวางแผนเปิดตัวกาแฟระดับบนในต้นปีหน้าในรูปแบบนำไปชงดื่มที่บ้านได้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีสินค้าครอบคลุมทุกตลาด สำหรับรายได้รวมทั้งปีตั้งเป้า 150 ล้านบาท เติบโต 40% และปีหน้าตั้งเป้าหมายรายได้ 300 ล้านบาท เติบโต 100% ภายใน 3-5 ปี คาดว่าจะมีแฟรนไชส์ 1,000 สาขา และมั่นใจว่าจะขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดกาแฟระดับล่าง พร้อมกับผลักดันให้รายได้ของบริษัทแตะ 500 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากสตรีท คอฟฟี่ 70% สตาร์ฟคอฟฟี่ 30%







