
แอนิเมชั่นไทยพุ่ง 4,650 ล้าน
เจโทร ชี้ตลาดแอนิเมชั่นไทยใหญ่สุดอาเซียน คาดปีนี้โตทะลุ 4,650 ล้าน เอกชนญี่ปุ่นสนใจหาคู่ค้าไทย
เจโทร ชี้ตลาดแอนิเมชั่นไทยใหญ่สุดอาเซียน คาดปีนี้โตทะลุ 4,650 ล้าน เอกชนญี่ปุ่นสนใจหาคู่ค้าไทย
น.ส.โทโมโกะ มาสุดะ ผู้อำนวยการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ฝ่ายธุรกิจบริการ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร สำนักงานใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น) เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจและเข้ามาทำธุรกิจมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงภาพรวมอุตสาหกรรมเกี่ยวกับแอนิเมชั่นของไทยมีการเติบโตสูง เห็นได้จากบริษัทญี่ปุ่นที่ผลิตคอนเทนต์ด้านแอนิเมชั่นมีการลงนามสัญญาซื้อขายกับบริษัทต่างประเทศ ไทยอยู่อันดับ 6 ของโลก และอันดับหนึ่งในอาเซียน ด้วยจำนวนสัญญามากกว่า 54 สัญญา
ทั้งนี้ อันดับหนึ่งในโลกจะเป็นประเทศสหรัฐ และเกาหลีใต้ รองลงมา ไต้หวัน ส่วนอันดับสองอาเซียนเป็นสิงคโปร์ อันดับสาม มาเลเซีย อีกทั้งมีข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไทยประเมินว่า ตลาดแอนิเมชั่นในไทยในปี 2559 จะมีมูลค่า 4,650 ล้านบาท จากปีก่อน ที่มีมูลค่า 4,228 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันญี่ปุ่นมีเป้าหมายว่าภายในปี 2568 ภาพรวมอุตสาหกรรมบันเทิงและศิลปวัฒนธรรมของญี่ปุ่นจะมีมูลค่า 18 ล้านล้านเยน คิดเป็นสัดส่วน 3% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของญี่ปุ่น
นายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า จะผลักดันให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ อุตสาหกรรมบันเทิงและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น หรือคูล เจแปน เข้ามาสู่ประเทศไทยมากขึ้น ทั้งมุ่งเผยแพร่เสน่ห์ความเป็นญี่ปุ่น การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ และกระตุ้นให้คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้จะส่งเสริมจับคู่ทางธุรกิจระหว่างเอกชนไทยและเอกชนญี่ปุ่นมากขึ้น เพื่อผลักดันให้ธุรกิจสองประเทศมีการเติบโต
นายมิทสึมะตะ กล่าวว่า ได้นำเอกชนด้านคอนเทนต์ ผู้ผลิตแอนิเมชั่น และผู้ผลิตรายการสื่อทีวี จากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 11 ราย มาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยจำนวน 50 บริษัท โดยจัดขึ้นที่ไทยเป็นแห่งเดียวในอาเซียน คาดว่าจะเกิดความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองประเทศมากขึ้น
นายคาซูมาซะ เอดาโมโต หัวหน้าโครงการกลุ่มสินค้าแฟนซี บริษัท บันได ผู้ผลิตของเล่นและดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูน กล่าวว่า สนใจนำคาแรกเตอร์ของการ์ตูน คาปิบาระซัง เข้ามาทำตลาดในไทยเพื่อจับคู่ทางธุรกิจ ซึ่งตลาดไทยมีความน่าสนใจสูง เชื่อมั่นว่ามีศักยภาพเติบโตใกล้เคียงกับตลาดประเทศจีน ไต้หวัน และฮ่องกง ที่ได้ทำตลาดไปก่อนหน้านี้ โดยหลังจากนี้สนใจนำคาแรกเตอร์การ์ตูนใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมเกี่ยวกับคาแรกเตอร์การ์ตูนของประเทศญี่ปุ่นมีมูลค่ามากกว่า 6 แสนล้านเยน เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตสูงเช่นกัน







