
อัดเงินประชารัฐอุ้มผู้มีรายได้น้อย
วางเกณฑ์คัดโครงการประชารัฐช่วยคนจนเมืองหมู่บ้านละ 1 ล้าน รวม 1,138 ล้าน
วางเกณฑ์คัดโครงการประชารัฐช่วยคนจนเมืองหมู่บ้านละ 1 ล้าน รวม 1,138 ล้าน
นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการโครงการประชารัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยนัดแรก ซึ่งมีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาโครงการประชารัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยยึดหลักความเป็นไปได้ของโครงการ สถานที่ตั้ง การเกิดประโยชน์ความคุ้มค่า ความยั่งยืนและต่อเนื่องของโครงการ ว่ามีมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยผ่านกองทุนเมืองในกรุงเทพมหานครจำนวน 958 กองทุน และกองทุนชุมชนทหารในกรุงเทพมหานครจำนวน 180 กองทุน จะจัดสรรเงินให้กองทุนละ 1 ล้านบาท รวม 1,138 กองทุน
“เพื่อให้มีการนำเงิน 1 ล้านบาท ที่ได้รับไปดำเนินโครงการเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาสินค้าและอาชีพ โดยล่าสุดมีโครงการนำร่องจำนวน 211 โครงการ แบ่งเป็นในพื้นที่กองทุนเมือง 200 โครงการ และพื้นที่กองทุนชุมชนทหาร 11 โครงการ โครงการนำร่องดังกล่าวมีความหลากหลาย เช่น โครงการตั้งร้านค้าและตลาดในค่ายทหาร โครงการตั้งศูนย์อาหาร ขณะที่ชุมชนคลองเตยเสนอโครงการพัฒนาเยาวชนโดยส่งเสริมให้เล่นดนตรีรับจ้างหารายได้ ส่วนชุมชนบางขุนเทียน ซึ่งมีออร์เดอร์ผลิตเสื้อผ้า เสนอโครงการฝึกฝนให้ผู้มีรายได้น้อยเย็บผ้า สร้างรายได้ โดยทางกองทุนเมืองจะจัดหาวัตถุดิบมาให้”
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เสนอในที่ประชุมให้ใช้กลไกของวัดมาร่วมกับชุมชนจัดทำโครงการ เนื่องจากส่วนใหญ่วัดจะเป็นศูนย์กลางของชุมชนอยู่แล้ว เมื่อประสานทำโครงการที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน จะทำให้โครงการมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
“โครงการที่เสนอเป็นโครงการนำร่อง จะคล้ายกับโครงการสนับสนุนเงินให้ชุมชนผ่านกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 แสนบาท ในต่างจังหวัด และโดยทั่วไปคนที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่จะต้องการสิ่งจำเป็นในชีวิต เช่น การตั้งตลาดหรือร้านค้า เพราะต้องการซื้อสินค้า ซื้ออาหารราคาถูก หรือมีสถานที่ขายของได้ เป็นโครงการที่ช่วยให้ดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงมักเป็นเรื่องความต้องการพื้นฐานหรือปัจจัย 4 มากกว่า” นายนที กล่าว







