
รัฐห่วงแผนไฟฟ้าสะดุด
สนพ.ห่วงแผนพีดีพีไม่เป็นไปตามเป้า หลังโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งรัฐ-เอกชนเลื่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ
สนพ.ห่วงแผนพีดีพีไม่เป็นไปตามเป้า หลังโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งรัฐ-เอกชนเลื่อนจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังติดตามความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) ซึ่งภาครัฐเป็นห่วงจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ต้องการกระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพื่อลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติลง
ทั้งนี้ ในแผนพีดีพีโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ที่รอเข้าระบบมี 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย (เอ็นพีเอส) กำลังผลิต 540 เมกะวัตต์ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโครงการรับซื้อไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) รอบแรก ที่ยังต้องรอการพิจารณารายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งต้องใช้เวลาในกระบวนการนี้พอสมควร ในขณะที่มีกำหนดที่จะต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2560
นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ กำลังการผลิต 870 เมกะวัตต์ ที่มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2562 ซึ่งต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อย 1 ปี ภายหลังมีกระแสต่อต้านเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการศึกษาของคณะกรรมการไตรภาคีโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา กำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์ มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2564
“ตอนนี้โรงไฟฟ้าถ่านหินทั้ง 3 แห่ง ยังกังวลไม่เป็นไปตามแผน ส่วนจะมีการทบทวนแผนพีดีพีเพื่อหาแผนรองรับหากถ่านหินไม่เกิดนั้นตอนนี้ยังติดตามอยู่ตลอด แต่ถ้าถ่านหินไม่เกิดก็ต้องไปใช้ก๊าซฯ ก็จะทำให้ผิดเป้าหมายที่ต้องการกระจายเชื้อเพลิงและลดการใช้ก๊าซฯ ดังนั้นตอนนี้จะพยายามเดินหน้าตามพีดีพีที่กำหนดไว้ให้ได้” นายทวารัฐ กล่าว
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการเพื่อศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ระบุว่า การประชุมคณะกรรมการไตรภาคีฯ ที่มี พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการรายงานความคืบหน้าการทำงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการศึกษาการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกของจังหวัด ได้สรุปประเด็นการศึกษาไว้ 3 เรื่อง คือ 1.การศึกษาวิจัยให้เกิดพลังงานทดแทนในพื้นที่ และความพร้อมของระบบสายส่ง 2.ความเป็นไปได้ในการส่งเสริมให้มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) 1,000 เมกะวัตต์ 3.ความจำเป็นที่ต้องมีเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 22 ส.ค.นี้ สนพ.จะรายงานความคืบหน้าแนวทางการส่งเสริมธุรกิจเสรีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ซึ่งยังต้องชะลอออกไปก่อนเนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่เหมาะสม หลังยอดการนำเข้าลดลงตามความต้องการใช้ในประเทศ โดยการผลิตแอลพีจีในประเทศยังเพียงพอ







