posttoday
เอกชนยางล้อขอรัฐทำสัญลักษณ์สินค้าสากล

เอกชนยางล้อขอรัฐทำสัญลักษณ์สินค้าสากล

19 สิงหาคม 2559

เอกชนยางล้อขอรัฐทำสัญลักษณ์สินค้าสากล สร้างความน่าเชื่อถือ ก.อุตฯ แจงความคืบหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยางล้อ

เอกชนยางล้อขอรัฐทำสัญลักษณ์สินค้าสากล สร้างความน่าเชื่อถือ ก.อุตฯ แจงความคืบหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยางล้อ

นายฟินบาร์ โอคอนเนอร์ นายกสมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ไทยและคณะ เปิดเผยภายหลังเข้าพบ นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ภาคเอกชนต้องการให้กระทรวงพัฒนาคุณภาพยาง เพื่อให้เจาะตลาดต่างๆ ได้มากขึ้น โดยขณะนี้ทางสมาคมส่งออกยางไปยังประเทศต่างๆ กว่า 60 ประเทศทั่วโลก และส่งออกในอาเซียน ดังนั้นหากภาครัฐมีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนให้เกิดการผลิตที่เป็นมาตรฐานสากลจะช่วยให้สินค้าเป็นที่ยอมรับในตลาดที่หลากหลายมากขึ้น
               
ปัจจุบันสมาคมฯ มีผู้ประกอบการซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยางล้อระดับโลก 6 ราย มีกำลังการผลิตรวม 50 ล้านตันต่อปี ตลาดส่งออกที่สำคัญ เช่น อเมริกา ยุโรป และประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย ขณะนี้เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ทำให้อุตสาหกรรมยางล้อต้องปรับตัวตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นภาคเอกชนคาดหวังให้รัฐบาลรักษาเสถียรภาพการลงทุนในประเทศ มีการดำเนินตามนโยบายที่ประกาศอย่างเคร่งครัด และพัฒนามาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สมาคมฯ ได้หารือถึงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิค ด้านวิศวกรรม ให้รองรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยางล้อที่จะเติบโตต่อเนื่อง เบื้องต้นกระทรวงจะหารือแนวทางประชารัฐ โดยร่วมกับบริษัทเอกชน สมาคมฯ และสถาบันอาชีวะศึกษาในการร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้การผลิตบุคลากรสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม หารือแนวทางสำหรับนโยบายจัดทำข้อตกลงการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งอาจให้เอกชนเข้าไปพัฒนาสหกรณ์ร่วมกับเกษตรกรตามชุมชน จากนั้นภาครัฐจะประสานให้เอกชนเข้าไปเจรจารับซื้อยางพาราโดยตรง  เพื่อช่วยให้ราคายางมีเสถียรภาพ

นอกจากนี้แจ้งถึงความคืบหน้าของศูนย์ทดสอบยางล้อและยานยนต์แห่งชาติ ให้สมาคมฯได้รับทราบ โดยในสัปดาห์หน้ากระทรวงจะลงนามสัญญาร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาในการจัดทำโครงการ จากนั้นจะเชิญชวนบริษัทเอกชนลงพื้นที่ปลูกต้นไม้เพื่อจัดทำเป็นแนวกันชน รอบบริเวณศูนย์ทดสอบเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร ขณะเดียวกันสมาคมฯ ได้หารือถึงแนวทางการติดสัญลักษณ์มาตรฐานบังคับยางล้อ กรณีนำเข้า และขายในประเทศ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ศึกษาแนวทางการติดสัญลักษณ์ดังกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรม (สมอ.) มีการติดตามมาตรฐานยางล้อและปรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ให้เป็นไปตามสากลแล้วและ สมอ.กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องทำตราสัญลักษณ์เครื่องหมาย มอก.ไว้ที่ยางล้อด้วย ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกต้องทำสัญลักษณ์อีมาร์ค ที่ยอมรับในยุโรป ซึ่งผู้ประกอบการร้องเรียนว่ามีความยุ่งยาก ดังนั้นผู้ประกอบการต้องแยกผลิตทั้ง 2 แบบ ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงอยากให้ออกเป็นมาตรฐานเดียวกันกับสากล

นายวิโรจน์ ตั้งเจริญ ประธานด้านยุทธศาสตร์และนโยบาย สมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสมาคมฯ มีความต้องการใช้ยางพาราประมาณ 4 แสนตันต่อปี เพื่อผลิตยางล้อจำหน่ายในประเทศประมาณ 20 ล้านเส้น คิดเป็น 30% และส่งออกประมาณ 60 - 70 ล้านเส้น หรือคิดเป็น 70% ซึ่งภาพรวมการส่งออกในปีนี้ปรับตัวดีขึ้น โดยการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตกว่า 5% และคาดว่าภาพรวมทั้งปีจะเติบโตที่ 5%  โดยตลาดอาเซียนเป็นตลาดที่สำคัญ ปัจจุบันอันดับการส่งออกของไทยปรับตัวดีขึ้นมาอยู่อับดับที่ 5 ของโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และ เยอรมนี ขณะที่เกาหลีใต้ลดลงจากอันดับที่ 5 มาอยู่ที่อันดับที่ 6

“ยอมรับว่ามีความกังวลถึงเรื่องอุปสรรคด้านการค้าของแต่ละประเทศ ที่ถูกมาตรการกีดกันทางการค้าในเรื่องการกำหนดมาตรฐานสินค้า ซึ่งสมาคมฯ ต้องการให้ประเทศไทยแสดงบทบาทความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมยางล้อ ในการผลักดันการแก้ไขปัญหาและกำหนดยุทธศาสตร์ในเวทีอาเซียน เพื่อกำหนดให้เกิดมาตรฐานยางล้อเดียวทั้งอาเซียน” นายวิโรจน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก