
ชงนำเข้าแอลเอ็นจีเพิ่ม
ชงบอร์ด ปตท.นำเข้าแอลเอ็นจีสัญญาระยะยาวเพิ่ม 3 ล้านตัน พร้อมปรับกลยุทธ์รับมือน้ำมันขาลง
ชงบอร์ด ปตท.นำเข้าแอลเอ็นจีสัญญาระยะยาวเพิ่ม 3 ล้านตัน พร้อมปรับกลยุทธ์รับมือน้ำมันขาลง
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และทำสัญญาซื้อขายเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยจะมีปริมาณการนำเข้า 3 ล้านตัน/ปี จากปัจจุบันที่ ปตท.มีสัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีระยะยาวกับประเทศกาตาร์ 2 ล้านตัน/ปีเท่านั้น โดยที่ผ่านมา ปตท.มีแผนเข้าเจรจาซื้อแอลเอ็นจีจากกลุ่มบริษัท เชลล์ และบริษัท บีพีอยู่แล้ว แต่จะมีการเจรจากับแหล่งใหม่ๆ ด้วย ซึ่งคาดว่าการเจรจาจะได้ข้อสรุปในเดือน ก.ย. จากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.เห็นชอบต่อไป
“ในระยะยาวจะต้องวางแผนจัดหาแอลเอ็นจีรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการรอผลการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ ซึ่งจะต้องมีการบริหารแหล่งก๊าซฯ ให้มีความต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความต้องการใช้ในประเทศหากมีความล่าช้า” นายเทวินทร์ กล่าว
นายเทวินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างการทบทวนแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาพลังงาน โดยปรับลดแผนการลงทุนปี 2559 จาก 50,839 ล้านบาท บนพื้นฐานราคาน้ำมัน 54 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลงเหลือ 43,307 ล้านบาท โดยอ้างอิงราคาน้ำมันที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดการลงทุนที่ไม่คุ้มทุนในสภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ แต่ในระยะต่อไป ปตท.ได้เพิ่มเติมแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ คลัง แอลเอ็นจี โครงข่ายท่อส่งก๊าซฯ และน้ำมัน ซึ่งอยู่ในแผนลงทุน 5 ปี (2559-2563) วงเงิน 3 แสนล้านบาท
สำหรับการดำเนินงานในอนาคตนั้นได้วางยุทธศาสตร์ 3 ด้าน คือ 1.การดำเนินการที่ทำทันที (Do now) เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารค่าใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2.เพิ่มโอกาสการลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจที่สำคัญ เช่น ระบบท่อ คลังก๊าซฯ และน้ำมัน ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและธุรกิจค้าปลีก และการลงทุนในสายโซ่อุปทานของแอลเอ็นจี เนื่องจากในอนาคตประเทศไทยต้องนำเข้าแอลเอ็นจีมากขึ้น และ 3.แสวงหาธุรกิจใหม่เพื่อความยั่งยืน เช่น นโยบาย 5+5 คลัสเตอร์ของรัฐบาล โดยจัดตั้งหน่วยงาน ExpresSo (Express Solution) คัดเลือกแนวคิดธุรกิจใหม่ๆ จัดทำเป็นโมเดลธุรกิจต้นแบบก่อนนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์
ด้าน นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. กล่าวว่า แนวโน้มผลกำไร ปตท.ครึ่งปีหลังค่อนข้างมีเสถียรภาพ แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติอยู่ในช่วงขาลง แต่ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ 42-46 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากครึ่งปีแรก 37.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







