posttoday

ธุรกิจดิจิทัลใช้คลาวด์ ตอบโจทย์ช็อปออนไลน์

18 สิงหาคม 2559

ในยุคดิจิทัลที่มีความรวดเร็ว การออกแคมเปญ หรือแผนการตลาดนั้นจะต้องทันกระแสและตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเต็มที่

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การใช้งานคลาวด์ขององค์กรขนาดใหญ่ในปัจจุบันยังคงมีเรื่องของความเชื่อมั่นในการเก็บและรักษาข้อมูลที่องค์กรยังกังวล หากเปลี่ยนจากไพรเวทคลาวด์มาเป็นไฮบริดคลาวด์เต็มตัว

ชัยวัฒน์ รัตนประทีปพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า นอกจากระบบคลาวด์ที่มีการใช้งานในองค์กรแล้ว บริษัทเลือกใช้อะเมซอนเว็บเซอร์วิสเพื่อช่วยยืดหยุ่นในการเข้าใช้งานของลูกค้าที่ลดหรือเพิ่มแบบทันท่วงที เพราะบริษัทมีเว็บช็อปปิ้งออนไลน์สำหรับให้บริการทั้งไอทรูมาร์ท วีมอลล์ และวีเลิฟช้อปปิ้ง ซึ่งจะมีการจัดโปรโมชั่นในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ถือว่าเป็นจังหวะที่มีการใช้งานสูงมาก เพราะบริษัทจัดโปรโมชั่นและการใช้จ่ายค่อยๆ ลดลงในช่วงเวลาอื่น

“การเลือกใช้บริการในรูปแบบคลาวด์ของบริษัทถือว่าเป็นไฮบริดคลาวด์ ซึ่งมีอัตราการจ่ายค่าบริการตามการใช้งานแบบลูกค้ากลุ่มอื่นๆ”

ทั้งนี้ งบการลงทุนด้านไอทีของบริษัทในแต่ละปีจะเป็นไปตามการใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก จากเดิมที่ต้องลงทุนหลักล้านต่อปี แต่เมื่อปรับมาใช้ไฮบริดคลาวด์ถือว่ายืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น เพราะบริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจจากอี-คอมเมิร์ซแบบเดิมมาเป็นฟูลฟิลเมนต์มากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การให้บริการลูกค้าต่างประเทศ

คลาวด์ของแอสเซนด์ในยุค 1.0 จะเป็นเรื่องของการศึกษาระบบการทำงานเพื่อการขยายตัวของธุรกิจ เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และบริหารงานได้แบบทันท่วงที ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนหลัก 10 ล้านบาทขึ้นไปในแต่ละปี แต่ปีนี้เข้าสู่ยุค 2.0 ที่ลูกค้ามีความฉลาดในการใช้งานเทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้นบริษัทต้องมองเรื่องความคุ้มค่าของการเข้าใช้งานระบบได้ดีกว่าเดิม ตอบโจทย์การใช้งานแบบฟูลฟิลเมนต์มากขึ้น เช่น การสั่งซื้อ ระบบชำระเงิน การขนส่ง และการเก็บสต๊อกสินค้าได้ดีขึ้น

“บริษัทกำลังมองในยุค 3.0 คือวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้น พัฒนาบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าออนไลน์ได้มากขึ้น”

ทางด้าน เรจิน่า ตัน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิส กล่าวว่า อะเมซอนเว็บเซอร์วิสเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่มีลูกค้าทั่วโลกแอ็กทีฟกว่า 1 ล้านราย ภายใน 30 วันที่ผ่านมา และในไตรมาส 2 ของปีนี้ บริษัททำรายได้กว่า 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทมีรายได้ต่อปีมากถึง 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐถือว่าเป็นธุรกิจที่รายได้เติบโตไวมาก

“อะเมซอนเว็บเซอร์วิสเพิ่มทีมงานบริการในไทย เพื่อดูแลลูกค้าองค์กรแต่ยังไม่มีแผนจะตั้งเซิร์ฟเวอร์สำหรับเก็บข้อมูลลูกค้าในไทย ยังคงใช้เซิร์ฟเวอร์หลักของสิงคโปร์ในการดูแลตลาดไทย”

ลูกค้าของอะเมซอนเว็บเซอร์วิสเติบโตอย่างรวดเร็ว ในกลุ่มธุรกิจประเภทสตาร์ทอัพ องค์กรไอทีที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ที่มองหาระบบคลาวด์นั้นมีความต้องการทำงานระบบแบบไฮบริด และวิเคราะห์ข้อมูลได้แบบทันท่วงที เพื่อช่วยลดปัญหาดาวน์ไทม์ได้

ด้วยความที่คลาวด์ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในไทย ทั้งที่เป็นเทรนด์ที่ตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน แต่ยังมีองค์กรที่เลือกลงทุนด้านคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบน้อย เพราะความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงและการลงทุนยังเป็นปัจจัยหลักที่องค์กรกังวล

แม้ว่าบริษัทจะยังไม่มีแผนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย แต่บริษัทเชื่อว่าเรื่องความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลระหว่างอะเมซอนเว็บเซอร์วิสและแอสเซนด์นั้นมีความปลอดภัย เพราะจะมีท่อของทรูไอดีซีด้านการส่งข้อมูลตรงระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ เมื่อเกิดปัญหาระบบจะแจ้งเตือนความผิดปกติได้ทันที

“การพิจารณาตั้งศูนย์หรือเซิร์ฟเวอร์นั้น อาจต้องดูความต้องการของตลาดก่อนว่ามีลูกค้ามากน้อยแค่ไหน”เรจิน่า กล่าว

ในยุคดิจิทัลที่มีความรวดเร็ว การออกแคมเปญ หรือแผนการตลาดนั้นจะต้องทันกระแสและตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ จะรอไม่ได้ การใช้คลาวด์จึงถือว่าตอบโจทย์การทำงานได้

ข่าวล่าสุด

อนุทิน เรียกถกประกันสังคม ข่าวคาดเคลื่อน สั่งชี้แจงสาธารณะ