
คอนสโก เอ็นเตอร์ไพรเซส ปฏิวัติเครื่องจักรไทย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
สมาคมเครื่องจักรกลไทยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ไทยมีการนำเข้าเครื่องจักรกลจากต่างประเทศคิดเป็นมูลค่า 3-4 แสนล้านบาท/ปี โดยผู้ประกอบการไทยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 5-10% ในตลาดรวมเครื่องจักรกลในประเทศ หรือมีมูลค่าต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งแบรนด์ไทยมีส่วนแบ่งการตลาดระดับน้อย แต่มีเอกชนไทยที่ได้พัฒนาเครื่องจักรและมีเทคโนโลยีเทียบเท่ากับต่างประเทศกับบริษัท “คอนสโก เอ็นเตอร์ไพรเซส”“ชูเกียรติ อังสโวทัย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนสโก เอ็นเตอร์ไพรเซส เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำธุรกิจด้านพัฒนาเครื่องจักรกลสำหรับงานอุตสาหกรรมก่อสร้างต่อเนื่องมาประมาณ 10 ปี โดยเป็นบริษัทที่ก่อตั้งกับกลุ่มเพื่อน ซึ่งความสนใจพัฒนาเครื่องจักรกลมาจากการที่ธุรกิจครอบครัวได้ทำเกี่ยวกับเครื่องจักรกลมา 40 ปี จึงต้องการสร้างเครื่องจักรรูปแบบใหม่ที่แตกต่าง
บริษัทใหม่ได้พัฒนาเพื่อให้บริการ ขาย ให้เช่า ซ่อมเครื่องจักร ที่ใช้ในการก่อสร้าง ทั้ง ทาวเวอร์เครน ลิฟต์ก่อสร้าง ระบบจอดรถอัตโนมัติ และงานโครงสร้างเหล็กต่างๆ โดยบริษัทแข่งขันกับบริษัทจากต่างประเทศได้ สิ่งสำคัญมาจากการมีทีมงานภายในทำหน้าที่พัฒนาและวิจัยสินค้า มีการร่วมมือกับนักวิจัยในมหาวิทยาลัย รวมถึงมีบริการหลังการขายที่ดี พร้อมให้บริการลูกค้าใกล้ชิด
“แบรนด์สินค้าไทยแข่งขันกับแบรนด์จากต่างประเทศได้ค่อนข้างลำบาก ทั้งกฎ ฐานการผลิต จำนวนการผลิต แต่สิ่งที่แบรนด์ไทยแข่งขันได้คือ ผลิตสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ราคาแข่งขันได้ มีบริการดี” ชูเกียรติ กล่าว
ล่าสุด บริษัทได้พัฒนาที่จอดรถอัจฉริยะแบบที่ขนย้ายได้และจอดได้หลายคัน โดยควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะออกมาทำตลาด ซึ่งพัฒนาร่วมนักวิจัยในบริษัทและนักวิจัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งระบุข้อมูลได้ชัดเจนว่ามีจำนวนรถจอดได้กี่คัน รวมถึงมีความปลอดภัยสูง ซึ่งสร้างสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานทั้งไทยและญี่ปุ่น
แนวคิดการพัฒนาที่จอดรถอัจฉริยะมาจากการเดินทางไปต่างประเทศ พบว่าในประเทศยังไม่มีการพัฒนาที่จอดรถอัจฉริยะรวมถึงต่างประเทศก็ไม่มีระบบแบบนี้ ได้กำหนดราคาขายไว้ที่ 2.20 แสนบาท และขึ้นอยู่กับจำนวนที่จอดรถมีราคา 3.10 ล้านบาท จอดได้จำนวน 13 คัน โดยสินค้านี้ได้รับรางวัลสุดยอดเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลยอดเยี่ยม 2559 จากสมาคมเครื่องจักรกลไทย
ส่วนการที่กำหนดราคาขายใกล้เคียงกับต่างประเทศ แต่มั่นใจว่าแบรนด์ไทยแข่งขันได้มาจากการมีบริการหลังการขายที่ดี โดยเปิดให้ลูกค้าเช่าไปใช้บริการ และมีการรับซื้อสินค้าคืนให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะรับซื้อคืนเป็นเวลา 2 ปี ถือเป็นจุดแข็ง ไม่มีบริษัทใดมีบริการนี้ลูกค้าจึงเชื่อมั่น
อีกทั้งกำลังพัฒนาที่จอดรถรุ่นใหม่ สามารถจอดที่จอดรถล่วงหน้าได้ ทำให้ลูกค้ามีความสะดวกที่สุด โดยสั่งงานผ่านระบบมือถือ คาดว่าปีแรกจะสร้างยอดขายได้กว่า 600 คัน ต่อไปสนใจขยายตลาดในอาเซียน
“ชูเกียรติ” กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีของคนไทยที่มีเป็นเอกลักษณ์และพิเศษไม่ซ้ำใคร รวมถึงคนไทยมีความชำนาญในการผลิตระดับสูง จะเติบโตได้ดีในตลาดโลกแน่นอน







