posttoday
ไอซีบีซี เกาะธุรกิจจีน ดันสินทรัพย์โต

ไอซีบีซี เกาะธุรกิจจีน ดันสินทรัพย์โต

15 สิงหาคม 2559

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) วางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีของธนาคาร ตั้งเป้าให้มีสินทรัพย์เติบโตเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 10% ผ่านการสนับสนุนเงินให้แก่นักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และการจับมือกับธนาคารพาณิชย์ไทยในปล่อยกู้ร่วม (ซินดิเคท โลน)

จื้อกัง หลี่ ประธานกรรมการธนาคารไอซีบีซี (ไทย) เปิดเผยว่า ครึ่งแรกของปีนี้สินทรัพย์รวมของธนาคารเติบโต 10% ส่วนกำไรสุทธิโตได้ถึง 15% เกินกว่าเป้าหมาย เนื่องจากครึ่งปีแรกมีดีลขนาดใหญ่ อาทิ การออกหนังสือค้ำประกันร่วมกับธนาคารพาณิชย์อีก 5 แห่ง ให้บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น เพื่อชำระค่าประมูลใบอนุญาต 4จี และการร่วมสนับสนุนสินเชื่อให้ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) ในกลุ่มทีซีซี เพื่อซื้อหุ้นบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์

นอกจากนี้ ธนาคารได้สนับสนุนทางการเงินให้นักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนโดยตรงในไทย โดยอุตสาหกรรมหลัก คือ การตั้งโรงงานยางรถยนต์ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งไทยมีศักยภาพเป็นฐานการผลิต เนื่องจากมียางพาราจำนวนมากและราคาถูก รวมทั้งยังมีการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ เอเนอร์จี)

สำหรับทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังคาดว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง ธนาคารยังคงมุ่งเน้นสนับสนุนนักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทย เบื้องต้นมีความต้องการทั้งการตั้งฐานการผลิตสินค้าเพื่อกระจายสู่ภูมิภาคอาเซียนและเพื่อการบริโภคในประเทศ ซึ่งธนาคารไอซีบีซีมีเครือข่ายครอบคลุมในอาเซียน สามารถรองรับการสนับสนุนลูกค้าในการทำธุรกิจในไทยและเชื่อมโยงเครือข่ายไปยังอาเซียนด้วย

“การที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทำให้นักธุรกิจจีนต้องการขยายธุรกิจและการลงทุนในต่างประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการผลักดันนักลงทุนออกนอกประเทศ ประกอบกับนโยบายตอบโต้การทุ่มตลาดของสหรัฐ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจจีนต้องออกมาตั้งฐานการผลิตนอกประเทศ โดยมีไทยเป็นเป้าหมายที่สำคัญ เนื่องจากมีซัพพลายเชนที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะในธุรกิจยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์” จื้อกัง หลี่ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จื้อกัง หลี่ ยอมรับว่า ลูกค้าที่เป็นสัญชาติจีนเติบโตได้ช้า ปัจจุบันมีประมาณ 30-40% ของพอร์ตรวม เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจากสถาบันการเงินไทยที่เริ่มมุ่งเน้นลูกค้าธุรกิจจีน โดยธนาคารจะเน้นให้บริการที่ดีและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการ เป็นจุดแข็งในการดึงนักลงทุนจีน ขณะที่ฐานลูกค้าของธนาคาร 50% เป็นสัญชาติไทย และต่างชาติ 10-20%

นอกจากนี้ ธนาคารมีข้อจำกัดเพดานปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จากฐานกองทุน (ซิงเกิ้ล เลนดิ้ง ลิมิต) ที่สิ้นปี 2558 มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 17.85% จากสินทรัพย์รวม 183,029 ล้านบาท ทำให้มุ่งเน้นการเป็นพันธมิตรกับธนาคารในทำซินดิเคท โลน ขณะเดียวกัน จะกันกำไรสุทธิเข้าไปเติมเงินกองทุนให้มากขึ้น และประสานความร่วมมือกับไอซีบีซีกรุ๊ป ในการสนับสนุนทางการเงินในไทย เช่น ในกรณีการออกหนังสือค้ำประกันให้กับ ทรูมูฟ เอชฯ ที่มีไอซีบีซี ฮ่องกง สนับสนุน โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน

ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 1% ของสินเชื่อรวม เนื่องจากมีการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวม พบว่า สัดส่วนสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ยังมากกว่า 50% ส่วน
สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประมาณ 10-20% ส่วนใหญ่โอนมาจากธนาคารสินเอเซีย โดยเอสเอ็มอีมีโอกาสเพิ่มขึ้นจากการที่ธนาคารมีศูนย์ให้บริการลูกค้าธุรกิจจีน (China Business Center) รองรับลูกค้าที่ทำธุรกิจระหว่างไทยกับจีน

ด้านลูกค้ารายย่อยมีสัดส่วน 20-30% มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุม ทั้งบัตรเดบิต บัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรถยนต์ แต่ปีนี้ธนาคารยังไม่มุ่งเน้นขยายสินเชื่อมากนัก จะเน้นให้บริการข้ามประเทศ เช่น นักเรียนไทยไปเรียนที่จีน หรือนักเรียนจีนในไทย จะมีบริการเงินฝากและบัตรเดบิต ใช้กดเงินที่จีนได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม

จื้อกัง หลี่ ยังกล่าวถึงการเป็นธนาคารชำระดุลเงินหยวน ว่า มีธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นผู้นำเข้าและส่งออก อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกรรมเงินหยวนจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนยังน้อย มีเพียง 30% เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐที่มีสัดส่วน 70% และสัดส่วนคงเปลี่ยนแปลงยาก ต้องให้เวลาตลาดเรียนรู้ ขณะเดียวกัน เงินหยวนที่ผันผวน ธนาคารจึงแนะนำให้ลูกค้าป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไว้เสมอ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ