
บ่มเพาะบุคลากร ปรับรับยุคดิจิทัล
โดย...วัตสัน ถิรภัทรพงศ์
โดย...วัตสัน ถิรภัทรพงศ์
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน รายงาน Digital Vortex ระบุว่า องค์กรที่ปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลอย่างจริงจังจะเข้ามาช่วงชิงตำแหน่งจากบริษัทชั้นนำ 4 ใน 10 แห่งใน 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามบริษัทจำนวนมากมุ่งเน้นการปฏิรูประบบไอที และกระบวนการทางด้านธุรกิจ แต่มักจะละเลย “บุคลากร” ซึ่งถือเป็น “สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด” ของบริษัท ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลได้ ซิสโก้ คาดการณ์ว่า ภายในปี 2563 จะมีวัตถุราว 5 หมื่นล้านชิ้น ถูกเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต และสามารถสร้างข้อมูลจำนวนมหาศาล ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว องค์กรต่างๆ จะต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรได้รับการเสริมศักยภาพด้วยการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการสื่อสารดังกล่าว
รายงานฉบับใหม่ของศูนย์ปฏิรูปธุรกิจดิจิทัล ภายใต้โครงการความร่วมมือของ IMD และซิสโก้ ระบุว่า มีบริษัทไม่ถึง 10% ที่บรรลุความสามารถพื้นฐานสำคัญ 3 ประการ ที่ช่วยสร้างความคล่องตัวของธุรกิจดิจิทัล ได้แก่ การตระหนักรู้อย่างรอบด้าน (Hyperawareness) การตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วน (Informed Decision- making) และการดำเนินการที่รวดเร็ว (Fast Execution) นี่คือความสามารถพื้นฐาน 3 ข้อ ที่องค์กรต่างๆ จะต้องเสริมสร้างให้แก่บุคลากร เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
ในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายอุตสาหกรรมเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลพยายามที่จะขยายขีดความสามารถของแพทย์เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อยู่ในโซนเวลาที่แตกต่างกัน หรือธนาคารพยายามสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และนำเสนอบริการที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้า โดยอาศัยคำแนะนำจากส่วนกลางได้ตลอดเวลา ส่วนห้างสรรพสินค้าก็เริ่มขยายประสบการณ์การซื้อสินค้า หรือแนะนำสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือก่อนลูกค้าจะเดินถึงชั้นโชว์สินค้า เป็นต้น
ขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจก็พยายามหาโซลูชั่นที่ช่วยให้บุคลากรหลายเจเนอเรชั่นสามารถทำงานร่วมกันได้ทุกที่ทุกเวลา “การทำงานร่วมกัน” กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกองค์กร ความรวดเร็วในการปฏิรูปการทำงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบ ใน 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทที่มีความคล่องตัวโดยใช้ดิจิทัลสามารถสร้างผลประกอบการด้านการเงินที่ “ดีกว่าระดับเฉลี่ย” ถึง 3 เท่า
ซิสโก้ได้ปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรภายใต้กรอบโครงสร้าง People Deal และนวัตกรรมโซลูชั่นที่ผสานรวมกับหลักการปฏิรูปบุคลากร 3 องค์ประกอบหลักของกรอบโครงสร้าง People Deal ของซิสโก้ ได้แก่ การเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกันเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกไปสู่หนทางที่ดีขึ้น การสร้างสรรค์นวัตกรรมในทุกๆ ด้านเพื่อสร้างแนวคิดที่สดใหม่และมีความเป็นไปได้ การสร้างประโยชน์ให้แก่ทุกคน ด้วยการสร้างความแตกต่างให้กับบุคลากร ลูกค้า และโลก โดยเป้าหมายหลักของกรอบโครงสร้างนี้ คือ เพื่อปรับใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นกว่าสำหรับทรัพยากรบุคคล
นอกจากนี้ ซิสโก้ยังได้พัฒนาแอพที่ผสานปัจจัยเร่งด้านดิจิทัลสำหรับการปฏิรูปบุคลากร ในชื่อ “Collaborative Decision-making” แอพนี้ช่วยให้ผู้จัดการกำหนดเป้าหมายเป็นรายสัปดาห์ และสรุปผลการดำเนินงานของสัปดาห์ที่แล้วได้ นอกจากนี้ผู้จัดการยังสามารถสื่อสารเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของทีมงาน ซึ่งจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา
ถึงเวลาแล้วสำหรับการบ่มเพาะทักษะของบุคลากรเชิงดิจิทัล เพื่อก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัล การสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรที่ไม่ได้อยู่ในฝ่ายไอที จะช่วยให้ประเทศสามารถสร้างตำแหน่งงานที่มีมูลค่าสูง และช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสำหรับประเทศ







