posttoday
จี้ไทยเร่งลงทุนเมียนมา

จี้ไทยเร่งลงทุนเมียนมา

12 สิงหาคม 2559

ชี้ไทยลงทุนในเมียนมาอันดับ 6 อนาคตอาจไปอันดับ 10 หนุนธุรกิจใหญ่-กลาง-เล็ก เร่งไปก่อนเสียโอกาส

ชี้ไทยลงทุนในเมียนมาอันดับ 6 อนาคตอาจไปอันดับ 10 หนุนธุรกิจใหญ่-กลาง-เล็ก เร่งไปก่อนเสียโอกาส

นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ และประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา เปิดเผยในงานสัมมนาเจ้าสัว Gen X เปิดมุมคิด พิชิตเศรษฐกิจปี 2559 หัวข้อ โอกาสทอง เจาะตลาด CLMV ว่าสัดส่วนการค้าระหว่างประเทศของไทยมี 1 ใน 3 มาจากประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย และเวียดนาม สำหรับเมียนมาไทยยังเข้าใจว่าส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคไปได้ต่อเนื่อง แต่จากข้อมูลสินค้าส่งออกไปเมียนมาพบว่าอันดับ 1-3 เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับ 4 ลงไปเป็นผ้าผืน เครื่องจักรเกษตร ปูนซีเมนต์ สะท้อนว่าเมียนมากำลังนำสินค้าทุนเข้าไปเปลี่ยนประเทศจากผู้บริโภคสินค้าไทยเป็นผู้ผลิตเอง

ขณะที่อนาคตคงเป็นไปไม่ได้ที่จะนำของจากประเทศที่มีค่าแรงเกิน 300 บาท/วัน ขายให้ประเทศที่ผู้บริโภคมีค่าแรง 100-200 บาท/วัน ดังนั้นไทยต้องโตไปด้วยกันกับเมียนมาเข้าไปลงทุนใน
เมียนมา ซึ่งเรื่องนี้น่ากังวลเพราะปัจจุบันไทยได้รับการส่งเสริมลงทุนในเมียนมา อันดับ 3 รองจากจีนและสิงคโปร์ แต่ลงทุนจริงอันดับ 6 เพราะได้ใบอนุญาตส่งเสริมลงทุนมาแล้วไม่ใช้หรือเก็บไว้เก็งกำไรขายต่อ ส่วนหนึ่งเพราะกลัวความลำบากในการไปเริ่มต้นธุรกิจเวลานี้ที่ยังขาดแพลตฟอร์มต่างๆ เกื้อหนุน หากปล่อยเช่นนี้ต่อไปอนาคตไทยอาจตกอันดับเป็นประเทศลงทุนอันดับ 10 ก็ได้

“สาเหตุที่ผู้ประกอบการไทยยังไม่ค่อยไปลงทุนในเมียนมาคือ ยังไม่เจอคู่ค้าที่เหมาะสม ไม่แน่ใจว่าลงทุนแล้วได้เงินคืนหรือไม่ มีการเก็งกำไรโดยคนไทยและเมียนมาได้ใบอนุญาตลงทุนแล้วแต่กลับถือไว้เฉยๆ รอคนมาซื้อต่อ รวมทั้งมีความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) ที่สำคัญคือคนไทยไม่อยากลำบาก โดยต้องยอมรับว่าหากวันนี้ไปลงทุนในเมียนมาไม่ยากแต่ลำบากแน่ และเมียนมาเป็นประเทศเนื้อหอมที่มีหลายประเทศทุ่มเทไปจีบ ถ้าเราไม่ทุ่มเทก็ไม่มีทางถึงตัวในอนาคต”

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยทั้งรายใหญ่ กลาง และเล็กต้องไปช่วยเมียนมาสร้างแพลตฟอร์มรับการลงทุนไปด้วยกัน เปรียบเหมือนโปเกมอน โก ที่เปิดตัวในไทย เกิดได้เพราะมีแพลตฟอร์มพร้อมมีอินเทอร์เน็ตคนใช้สมาร์ทโฟนมาก และคนที่ใช้สมาร์ทโฟนใช้ตลอดเวลา โดยการไปลงทุนแพลตฟอร์มในเมียนมาต้องไปแบบมีกลยุทธ์ ผู้ประกอบการรายใหญ่ลงทุนพื้นฐาน 5 ด้าน คือ 1.ระบบการจัดการด้านโลจิสติกส์ 2.ไอที 3.โรงงานอุตสาหกรรม 4.ผลิตไฟฟ้า และ 5.การเกษตร รายกลางลงทุนตั้งโรงงาน เน้นทำสิ่งที่เมียนมาอยากได้ไม่ใช่สิ่งที่ไทยอยากทำ ส่วนเอสเอ็มอีหาแพลตฟอร์มที่เหมาะสมนำสินค้าไปขายได้ผ่านสภาธุรกิจไทย-เมียนมาแล้วอนาคตก็เข้าไปลงทุนผลิตในเมียนมา

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย