
โปเกมอน มาร์เก็ตติ้ง ‘ไอเท็ม’เขย่ากำลังซื้อดิจิทัล
หลังจาก ไนแอนติก (Niantic) บริษัทผู้พัฒนาเกม ตัดสินใจเปิดตัวโมบายเกม โปเกมอน โก (Pokemon GO)
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
หลังจาก ไนแอนติก (Niantic) บริษัทผู้พัฒนาเกม ตัดสินใจเปิดตัวโมบายเกม โปเกมอน โก (Pokemon GO) ในไทยและอีก 15 ประเทศในเอเชียอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่นอกจากจะสร้างความตื่นตัวให้กับเหล่าเกมเมอร์ในไทยแล้ว ในฟากของนักการตลาดหรือเจ้าของสินค้าแบรนด์ต่างๆ ในไทยทั้งรายเล็กและใหญ่ ต่างก็จับตามองถึงปรากฏการณ์ โปเกมอน โก ฟีเวอร์ในครั้งนี้ ที่ต่างเชื่อว่าจะเป็น “ไอเท็ม” ที่น่าสนใจต่อการเข้ามากระตุ้น กำลังซื้อผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวขณะนี้
จากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสังคมออนไลน์ต่างแชร์ข้อมูลการเล่นเกมไล่ล่ามอนสเตอร์โปเกมอน ไปจนถึงเทคนิคการทำตลาดออนไลน์ที่เชื่อมกับออฟไลน์ โดยอาศัยความสนุกจากการออกมาไล่จับโปเกมอนตามจุดที่เป็น แลนด์มาร์ค สถานที่สำคัญต่างๆ ที่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทั้งศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว สวนสาธารณะ ฯลฯ ที่มีีโปเก สต็อป (Poke Stop) ตั้งอยู่ (ในเกม) จำนวนมาก เพื่อให้เหล่าผู้เล่นเกมที่เรียกว่า “เทรนเนอร์” มาเขย่าเสาเอาโปเก บอล (Poke Ball) ไปจับมอนสเตอร์ในสถานที่ต่างๆ จากเทคโนโลยีเออาร์ที่สามารถเชื่อมสถานที่ออนไลน์และโลกจริงร่วมกันไว้ด้วย
กูเกิลแมปที่แสดงบนสมาร์ท ดีไวซ์
มิสเตอร์เบรนกัสซึ่ม นักการตลาดออนไลน์ เจ้าของเพจ facebook.com/Braingasm07 และ Black Cock ทำธุรกิจ ระบุถึงกระแสเกมโปเกมอน โกที่กลายเป็นปรากฏการณ์ในสังคมไทยและโลกไปแล้ว ด้วยเป็นสิ่งที่ใหม่และฉีกแนวจากตัวเกมและวิธีการเล่นที่ชักชวนคนให้ออกมาอยู่ในโลกจริงๆ ที่สำคัญยังเข้ามาพลิกโลกของเกม ด้วยการพัฒนาคอนเซ็ปต์ของเกมและรูปแบบการเล่นของเกมตัวนี้ จนทำให้นึกถึงคำพูดของ “เคลวิน ฟลินน์” ซึ่งเป็นตัวละครในเรื่อง Tron ที่กล่าวไว้ว่า “พรมแดนดิจิทัลกับโลกจริงๆ มันบางขึ้น”
เกมโปเกมอน โก ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชัด ทั้ง วัฒนธรรมเกม และวัฒนธรรมคนออนไลน์ จากเดิมทีเกมเมอร์หรือคนเล่นมักถูกผูกติดเราไว้กับหน้าจอ กับแป้นพิมพ์ กับห้องสี่เหลี่ยม แต่โปเกมอน โกเอาโลกทั้งโลกจริงๆ มาเป็นแผนที่ (Map) ให้กับเกมจูงใจให้ผู้เล่นลุกเดินออกจากเก้าอี้ ออกจากห้องเดิม ไปเล่นเกมในโลกจริงๆ ได้อย่างฉลาดแนบเนียน และค่าใช้จ่ายถูกมากๆ
ทั้งนี้ ยังไม่ต้องพูดเรื่องรายได้ของผู้พัฒนาเกมว่าจะมหาศาลขนาดไหน จากทุนสร้าง 35 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยอดการใช้จ่ายสั่งซื้อไอเท็มในแอพ (In-app purchase) น่าจะสร้างกำไรได้มหาศาล โดยนอกจากรายได้ที่เจ้าของเกมได้ไปเเล้ว การเปลี่ยนวัฒนธรรมการเล่นเกมของโปเกมอนนี้ อีกไม่นานน่าจะมีมูลค่าตลาดสูงขึ้น ที่ผลักดันให้ เติร์ด ปาร์ตี้ ผลิตสินค้าต่างๆ ออกมา เช่น โนติฟิเคชั่น ริสต์แบนด์ (Notification Wristband) เอาไว้สั่นเตือนเวลาเดินผ่านจุดที่มีโปเกมอน (มีขายเเล้ว) หรือ วีอาร์ เกียร์ (VR gear) หรือสินค้าอื่นๆ ที่จะตามมาแน่นอน
และหากมองว่า “คนไทย” ได้อะไรจากเกมโปเกมอน โก ที่นอกจากเป็นกระแสในเวลานี้อย่างมากแล้ว ในจุดนี้ประโยชน์มันก็จะเข้าไปหาคนที่หยิบฉวยได้ ในแทบทุกธุรกิจรวมถึงเอสเอ็มอี เริ่มจากร้านค้า ร้านรวงต่างๆ หรือ ศูนย์การค้า ที่เป็นแลนด์มาร์คของโปเกมอน ที่คาดว่านับจากนี้ไปน่าจะจัดกิจกรรมรองรับเหล่าเทรนเนอร์นักจับโปเกมอนกัน เพื่อเรียกปริมาณการหมุนเวียน (ทราฟฟิก) เพิ่มขึ้น ที่สามารถดูดกำลังซื้อจากเหล่าเกมเมอร์ได้เป็นอย่างดี จากการทำตลาดโปเกมอน โก หรือ “โปเกมอน มาร์เก็ตติ้ง”
“มาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ นาโนไฟแนนซ์ หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ ก็ตามในรอบสามปีนี้ ยังกระตุ้นให้คนออกจากบ้านมาช็อปปิ้ง จับจ่ายใช้สอย ได้ไม่เท่าปรากฏการณ์ไล่จับโปเกมอนในขณะนี้ โดยแทบไม่ต้องดันโปรช็อปคืนภาษีแจกวันหยุดแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อให้คนออกมาได้มากมายแบบนี้เลย” นักการตลาดดิจิทัล กล่าว
พร้อมมองมุมต่างอีกว่า จากกำลังซื้อที่เคลื่อนสู่ยุคดิจิทัลนับจากนี้ไปนั้น ภาครัฐควรเข้ามาส่งเสริมไปพร้อมจัดระเบียบการเล่นให้ปลอดภัย จากนั้นให้ภาคเอกชนเข้ามาส่วนร่วม เพราะนี่เป็นกระแสสร้างการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนแบบฟรีๆ ที่รัฐไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
โดยเฉพาะในช่วงสั้นที่่ เกมเมอร์ ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ต่างพร้อมใจที่จะเดินทางออกมานอกบ้านเพื่อจับเหล่ามอนเสตอร์ในสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คต่างๆ ที่ยังสร้างให้เกิดอาชีพใหม่ๆ ในธุรกิจรายย่อย อาทิ บริการรถรับจ้างต่างๆ เพื่อไล่จับโปเกมอน ตัวรีดสัญลักษณ์ของทีมสีน้ำเงิน เหลือง หรือแดง ของเหล่าเทรนเนอร์ ฯลฯ ที่ต่างเกาะกระแสดังกล่าว เพื่อเจาะกำลังซื้อผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่พร้อมควักกระเป๋าจับจ่ายในช่วงนี้
ด้วยมองว่าโปเกมอนในขณะนี้กำลังเป็นมากกว่าเกมไปแล้ว







