
ราคาที่ดินพุ่งแรง13%
ศุภาลัยชี้ราคาที่ดินปีนี้ขึ้นแรง 13% จากปีก่อนอยู่ที่ 11% ระบุจากผลกระทบภาษีที่ดินที่เตรียมใช้ปีหน้า ส่วนค่าก่อสร้างลด 3.5%
ศุภาลัยชี้ราคาที่ดินปีนี้ขึ้นแรง 13% จากปีก่อนอยู่ที่ 11% ระบุจากผลกระทบภาษีที่ดินที่เตรียมใช้ปีหน้า ส่วนค่าก่อสร้างลด 3.5%
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่า ราคาที่ดินตั้งแต่ต้นปีนี้ปรับขึ้นรุนแรงกว่าหลายปีที่ผ่านมา ถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนที่เพิ่มขึ้น 10-11% ปัจจัยสำคัญนั้นมาจากผลกระทบของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2560 ทำให้เจ้าของที่ดินที่ต้องการระบายที่ดินออกนั้นมีการตั้งราคาที่สูงขึ้นก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ปัจจุบันราคาที่ดินมีการปรับตัวเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ราคาที่ดินจะเริ่มมีการปรับตัวลดลง เนื่องจากความต้องการขายที่ดินจะออกมามากขึ้น แต่ราคาที่ดินไม่น่าจะปรับขึ้นแรงเกิน 10%
“การตั้งราคาขายที่ดิน ในช่วงเวลาที่ผ่านมามักใช้ความรู้สึกเป็นตัวตั้ง อย่างบริเวณสุขุมวิทตอนต้นบางแปลงมีการตั้งราคาขาย 3 ล้านบาท/ตารางวา ถือเป็นราคาที่ขยับขึ้นแรง อย่างไรก็ตาม แม้ราคาที่ดินจะปรับขึ้นสูง แต่ต้นทุนทางการก่อสร้างในปีนี้ลดลง 3.5% เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างโดยรวมไม่มีการขยับราคาขึ้นและแรงงานก่อสร้างไม่ได้ขาดแคลน” นายไตรเตชะ กล่าว
สำหรับในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายแล้ว 1.37 หมื่นล้านบาท โดยคิดเป็นอัตราการเติบโต 41% เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนของปีก่อน โดยมั่นใจว่ายอดขายทั้งปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 2.45 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้จะเปิดโครงการใหม่อีก 13-14 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 11-12 โครงการ มูลค่ารวม 9,500 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่รายได้ในปีนี้เชื่อว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 2.2 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกมีรายได้แล้ว 1.26 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีหลังจะมีการโอนโครงการจากยอดขายรอโอน หรือแบ็กล็อกที่จะรับรู้เข้ามาอีกมูลค่า 7,300 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกหรือยอดขายรอรับรู้ทั้งหมด 3.45 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนที่เหลือจะทยอยโอนไปถึงปี 2562
นายไตรเตชะ กล่าวอีกว่า ด้านอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ลดลงมาเป็น 5.7% จากสิ้นปีก่อนที่ 7.7% ซึ่งการปรับตัวลดลงของอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในครึ่งปีแรกเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ที่ทำให้ลูกค้ามีการเร่งโอนและลูกค้ามีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับเอกสารประกอบการกู้ยืมที่ดี ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อลดลง แต่ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ยังคงเข้มงวดการปล่อยสินเชื่ออยู่ และอาจมีการชะลอโอนของลูกค้าบางส่วนที่เกิดขึ้นหลังหมดมาตรการ โดยคาดว่าอัตราการปฏิเสธสินเชื่อปีนี้จะอยู่ที่ 6%







