posttoday
ตลาดหุ้นไทย ดูน่าสนใจมากขึ้น

ตลาดหุ้นไทย ดูน่าสนใจมากขึ้น

08 สิงหาคม 2559

ปลายสัปดาห์ก่อน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ธนชาต ได้ออกบทวิเคราะห์ Siam Senses ชื่อ Thai Passion ผมคิดว่า น่าสนใจมากจึงสรุปประเด็นสำคัญมานำเสนอดังนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ตลาดหุ้นไทยกลับดูน่าสนใจมากขึ้นจากทั้งเสถียรภาพทางการเมืองและทางการเงิน นอกจากนั้นผลการดำเนินงานของ บจ.ยังมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ปลายสัปดาห์ก่อน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ธนชาต ได้ออกบทวิเคราะห์ Siam Senses ชื่อ Thai Passion ผมคิดว่า น่าสนใจมากจึงสรุปประเด็นสำคัญมานำเสนอดังนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ตลาดหุ้นไทยกลับดูน่าสนใจมากขึ้นจากทั้งเสถียรภาพทางการเมืองและทางการเงิน นอกจากนั้นผลการดำเนินงานของ บจ.ยังมีแนวโน้มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

เนื่องจากเราได้วิเคราะห์หุ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม แบบเจาะลึกถึง 131 ตัว เราจึงนำเสนอมุมมองและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบริษัทที่ดี ทั้งนี้อาจไม่ใช่หุ้นเด่นสุด เนื่องจากเรามุ่งเน้นไปที่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวเป็นหลักมากกว่า Valuation โดยเรามองเป็นบริษัทมากกว่ามองเป็นหุ้น

ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มที่สำคัญในอนาคต

เราเลือกสรรโดยให้ความสำคัญกับประการแรก พื้นฐานธุรกิจ ได้แก่ โมเดลการทำธุรกิจ แนวโน้มผลดำเนินงาน ตำแหน่งทางการตลาด และความแข็งแกร่งของแบรนด์ หุ้นที่มีโมเดลธุรกิจและปัจจัยพื้นฐานหลักที่ดีในความเห็นของเรา ได้แก่ CPALL CPN BEAUTY BH CHG BDMS LH HMPRO KCE DELTA และ SCC

ประการที่ 2 เมกะเทรนด์หรือแนวโน้มหลักทางเศรษฐกิจหรือสังคมที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ จนผลักดันให้ยอดขายของบางอุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนาน เมกะเทรนด์ที่สำคัญในช่วง 5 ปีข้างหน้า ได้แก่ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว สังคมผู้สูงอายุ เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกระยะ 2 พลังงานทดแทน รถยนต์ไฟฟ้า กลุ่ม CLMV และแนวโน้มดอกเบี้ยต่ำหุ้นที่มีพื้นฐานดีได้แก่ AOT CK STEC SEAFCO AMATA TPCH GL THANI SAWAD BTSGIF CPNRF SPF

ประการที่ 3 การเปลี่ยนแปลงโมเดลการทำธุรกิจ ได้แก่ BJC HMPRO ROBINS ILINK COM7 IRPC

ประเทศไทย : มีเสถียรภาพและแนวโน้มกำไรเปลี่ยน

ประเทศไทยมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงถึง 20% ของ GDP และมีกระแสเงินไหลเข้าจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงถึง 12% ของ GDP ในช่วงครึ่งปีแรก ด้านกำไรของ บจ. ความเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (Analyst Consensus) เริ่มหันมาปรับขึ้นประมาณการกำไรตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เราคาดว่าจะปรับเพิ่มประมาณการต่อเนื่องหลังงบไตรมาส 2 ทั้งนี้ คาดว่าการเติบโตของกำไรต่อหุ้นทั้งตลาดจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5% ในปีนี้ และ 12% ในปีหน้าจากระดับเฉลี่ยที่ -10% ต่อปี ในปี 2557-2558

นอกจากนั้น ยังมีการเร่งรัดอนุมัติการลงทุนเมกะโปรเจกต์ โดยเปิดประมูลไปแล้ว 8.5 หมื่นล้านบาท และจะนำไปสู่การประมูลในปีนี้อีก 4.5 แสนล้านบาท หรือ 3.2% ของ GDP วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่จะดำเนินต่อไปอีก 10 ปี หากการเมืองมีเสถียรภาพ Valuation ตลาดหุ้นปลายปีนี้และปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ราว 1,550 และ 1,700 จุด อย่างไรก็ดี สภาพคล่องที่ล้นระบบการเงินโลกอาจผลักให้ดัชนีวิ่งเลยเป้าหมายทางปัจจัยพื้นฐาน

แม้โอกาสทำกำไรจากมุมมองพื้นฐานดูเหลือไม่มาก แต่ยังสามารถเลือกลงทุนรายหุ้นได้ (สำหรับลูกค้าหลักทรัพย์ธนชาต สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้)

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน