
รัฐหนุนLPNพุ่งครึ่งปี
LPN อวดกำไรครึ่งปี 1,583 ล้าน โต 42% มาตรการรัฐหนุนรายได้พุ่ง แจกปันผลระหว่างกาล 0.30 บาท
LPN อวดกำไรครึ่งปี 1,583 ล้าน โต 42% มาตรการรัฐหนุนรายได้พุ่ง แจกปันผลระหว่างกาล 0.30 บาท
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอป เมนท์ (LPN) เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2559 จำนวน 879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.99% จากงวดเดียวกัน ปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 822 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิ 1,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 469 ล้านบาท หรือ 42% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,114 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 2 มีรายได้รวม 5,162.83 ล้านบาท ลดลง 0.34% จากที่มีรายได้ 5,180 ล้านบาท แต่รวม 6 เดือน บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 8,856.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.83% หรือ 2138 ล้านบาท โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนแรก มีรายได้เพิ่มจากการขายมากกว่า 7,000 ล้านบาท จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1.05% จาก 30.63% เป็น 31.68% จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และส่งมอบใน 6 เดือน จำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 70% ของ
เป้าหมายรายได้ทั้งปี
สำหรับแนวโน้มในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2559 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีกอย่างน้อย 6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.ลุมพินี วิลล์ สุขุมวิท 113 2.ลุมพินี ซีวิว ชะอำ 3.ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98 (เฟส 2) 4.ลุมพินี เพลส หัวหินซอย 7 5.ลุมพินี พาร์คบีช ชะอำ 2 และ 6.ลุมพินี สวีท เพชรบุรี-มักกะสัน เพื่อเป็นรายได้ในปี 2560 และปี 2561 ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2559 บริษัทมีงานในมือรวม 4,600 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 2559 ประมาณ 3,600 ล้านบาท และปี 2560 ประมาณ 1,000 ล้านบาท
ด้านฐานะทางการเงินดีขึ้น บริษัทมีหนี้สินลดลง 2,449.80 ล้านบาท เหลือ 5,594.25 ล้านบาท หรือลดลง 30.45% จากการส่งมอบห้องชุดทำให้มีสภาพคล่องสูง ทยอยคืนหนี้เงินกู้ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.44 ต่อ 1 เหลือ 0.24 ต่อ 1 และ 0.69 ต่อ 1 เป็น 0.46 ต่อ 1 ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2559
นอกจากนั้นยังมีการชำระคืนเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างบางส่วน โดยลดลง 238.79 ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีเจ้าหนี้เพิ่มขึ้นในครึ่งปีแรกอีกจำนวน 490.36 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างของโครงการที่สร้างแล้วเสร็จ 6 โครงการ
คณะกรรมการมีมติให้ปันผลระหว่างกาลปีนี้ในอัตรา 0.30 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 2.29%







