posttoday
ต่างชาติเทหุ้นฉุดบาทอ่อน

ต่างชาติเทหุ้นฉุดบาทอ่อน

04 สิงหาคม 2559

หวั่นธปท.คุมตลาด เอชเอสบีซีคาดกนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25%

หวั่นธปท.คุมตลาด เอชเอสบีซีคาดกนง.หั่นดอกเบี้ย 0.25%

ต่างชาติตื่น ธปท.คุมตลาดเงิน เทขายสุทธิหุ้นและพันธบัตร ฉุดเงินบาทอ่อนค่า ปิดตลาดใกล้ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ

นักค้าเงินธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ปิดตลาดที่ระดับ 34.95 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงค่อนข้างเมื่อเทียบกับช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 34.76 บาท โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าสุดที่ระดับ 34.73 บาท และอ่อนค่าสุดที่ระดับ 34.97 บาท/เหรียญสหรัฐ เป็นความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันค่อนข้างมากถึง 0.24 บาท หรือ 0.7%

“การอ่อนค่าลงของเงินบาทเห็นได้ชัดหลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% และส่งสัญญาณแสดงความกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาทที่อาจจะไม่ดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย กระทั่งมีการเตรียมเครื่องเชิงนโยบายเอาไว้ดูแลแล้ว ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าทางการจะเข้าดูแลตลาดหรือไม่ นักลงทุนจึงถอนการลงทุนออกไปถือเงินเหรียญสหรัฐไว้ก่อน ส่งผลให้ความต้องการถือเงินเหรียญสหรัฐมีมากขึ้น กดเงินบาทให้อ่อนค่าลงค่อนข้างแรง” นักค้าเงินระบุ

ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,149.22 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร (บอนด์) อีก 999.83 ล้านบาท สะท้อนความกังวลของตลาดโดยเฉพาะในฝั่งนักลงทุนต่างชาติ ที่ไม่แน่ใจว่าทางการจะออกมาตรการอะไรมาดูแลตลาดเงินหรือไม่ จึงพากันเทขายและหันไปถือเงินเหรียญสหรัฐเอาไว้ก่อน

ด้าน ธนาคารเอชเอสบีซี ระบุว่า กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% สอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ ธปท.รอความชัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจโลก และแสดงความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะไปถึงเป้าหมายได้ช้ากว่าที่คิดไว้ เอชเอสบีซี จึงเห็นว่า กนง. จะใช้นโยบายลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อสู้กับเงินบาทที่กำลังแข็งค่าขึ้น รวมทั้งขจัดปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วย โดยเอชเอสบีซี คาดว่าสิ้นปีนี้ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ

 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรืออีไอซี คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ไว้ตลอดปี 2559 นี้ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ และรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) ไว้ หลังจาก กนง.ออกมาระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ความเสี่ยงโดยรวมมีมากขึ้นจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้ออาจกลับสู่เป้าหมายช้ากว่าที่คาดตามราคาน้ำมันโลก ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงินยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม รวมทั้งพฤติกรรม Search for yield ความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักมีมากขึ้น ส่งผลต่อความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ