
ทหารไทยชูRMFกองใหม่
บลจ.ทหารไทย ชูกองทุนโกลบอล อินคัม เพื่อการเลี้ยงชีพ ทางเลือกใหม่สร้างรายได้สม่ำเสมอหรือพักลงทุนหลังหุ้นขึ้นแรง
บลจ.ทหารไทย ชูกองทุนโกลบอล อินคัม เพื่อการเลี้ยงชีพ ทางเลือกใหม่สร้างรายได้สม่ำเสมอหรือพักลงทุนหลังหุ้นขึ้นแรง
นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1-5 ส.ค. 2559 บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดทหารไทย Global Income เพื่อการเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ระดับความเสี่ยงไม่สูงมากหรือพักเงินในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาก
“กองทุนนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลงทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนไม่หวือหวามากประมาณ 4% ต่อปี หรือคนที่อยากพักเงินไว้ ก่อนขยับลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันกองทุน RMF ของ บลจ.ทหารไทย สามารถสับเปลี่ยนกองทุนได้ทุกวัน” นายไพศาล กล่าว
กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศคือ กองทุน PIMCO GIS Income Fund ซึ่งกระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายชนิดทั่วโลก เพื่อให้เกิดกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอและการเติบโตของเงินต้น ขณะเดียวกันยังคงระมัดระวังต่อการลงทุนมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาเงินต้นและการเพิ่มค่าของผลตอบแทน
ในระยะยาว ปัจจุบันพอร์ตลงทุนมีอายุตราสารหนี้เฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี
สำหรับกองทุน RMF ที่ออกใหม่นี้ ลงทุนในกองทุนหลักเดียวกับกองทุนเปิดทหารไทย Global Income ซึ่ง บลจ.ทหารไทย เปิดขายครั้งแรกกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมากจนปัจจุบันมีขนาดสินทรัพย์ทะลุหมื่นล้านบาทแล้ว ณ วันที่ 29 ก.ค. อยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท
“แนวโน้มการลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะตราสารหนี้ในต่างประเทศธีมใหม่ เน้นการสร้างรายได้ ซึ่ง บลจ.ทหารไทย มองว่าเป็นประโยชน์กับลูกค้าที่อยากลงทุนในกองทุนลักษณะดังกล่าว ซึ่งผลตอบแทนมากกว่ากองทุนตราสารหนี้ทั่วไปที่อยู่ประมาณ 2-2% กว่า ซึ่งในสภาวะแบบนี้ผลตอบแทนแบบนี้ นักลงทุนก็พอใจ” นายไพศาล กล่าว
นอกจากนี้ PIMCO ซึ่งเป็นบริษัทจัดการระดับโลก มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งวิธีการลงทุนในกองทุนนี้จะต่างจากกองทุนโกลบอล บอนด์อื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ลงทุนตราสารหนี้ค่อนข้างยาว อายุเฉลี่ยของตราสารประมาณ 6-7 ปี และลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ แต่กองนี้จะบริหารในเชิงรุก โดยครึ่งหนึ่งจะลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้และอีกส่วนจะลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตต่ำกว่าอันดับที่ลงทุนได้อย่างตราสารหนี้ MBS ที่นำสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันในการออกตราสารหนี้ของสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป
“หลังผ่านวิกฤตซับไพรม์มาแล้ว เชื่อว่าคนที่ยังจ่ายหนี้อยู่ก็น่าจะผ่อนได้ต่อ ความเสี่ยงจึงไม่น่ามาก อีกทั้งตราสารหนี้ MBS นี้คนทั่วไปจะลงทุนได้ค่อนข้างยาก ซึ่งการลงทุนผสมผสานนี้ช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้ดี” นายไพศาล กล่าว
นอกจากนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยเบื้องต้นจะป้องกันความเสี่ยงประมาณ 50-70% ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ
สำหรับผลตอบแทนของกองทุน PIMCO GIS Income Fund ซึ่งเป็นกองหลักตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2559 อยู่ที่ 5.34% ขณะที่ Barclay U.S.Aggregate Index ซึ่งเป็นดัชนีเปรียบเทียบผลตอบแทนอยู่ที่ 1.78%
นายไพศาล กล่าวว่า ปัจจุบัน บลจ.ทหารไทย มีกองทุน RMF จำนวน 13 กองทุน มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายทั้งในตราสารหนี้และหุ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนเปิดทีเอ็มบี Global Income เพื่อการเลี้ยงชีพนับเป็นกองที่ 14 ที่นักลงทุนสามารถมีทางเลือกในการจัดพอร์ตการลงทุนได้
สำหรับกองทุนเปิดทหารไทย Global Bond Fund เพื่อการเลี้ยงชีพลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก ได้มีการเปลี่ยนกองทุนหลักที่ลงทุนเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา จากกองทุน Templeton Global Bond Fund เป็นกองทุน PIMCO GIS Global Bond Fund ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุน Templeton Global Bond Fund มีการลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหรือที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ ในสัดส่วน 25% เกินกว่าเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดไว้ 15% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไทย
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุน RMF ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันผลตอบแทนประมาณ 5-6% แต่หากเปรียบเทียบกับกองทุนเปิดทหารไทย Global Income เพื่อการเลี้ยงชีพจะ
มีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากที่ผ่านมาราคาหน่วยลงทุนปรับตัวขึ้นมากเช่นเดียวกับราคาหุ้น ดังนั้นในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงแรง ราคาหน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ก็ปรับตัวลดลงตามไปด้วย จึงไม่เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย







