
จีจีซีลุยเอสเคิร์ฟปลุกศก.
จีจีซีขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เร่งยกระดับธุรกิจเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม
จีจีซีขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เร่งยกระดับธุรกิจเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม
นายจิรวัฒน์ นุริตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล (จีจีซี) ในกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี) เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนธุรกิจ 5 ปี นับจากปี 2559-2563 ให้สอดรับกับนโยบายของรัฐในการผลักดันการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) และเป็นการตอบสนองแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development) ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชั้นนำในอาเซียน
ทั้งนี้ การพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกเป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลมีเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนในระยะยาวเพิ่มขึ้น รวมทั้งแนวโน้มความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตด้วยการเตรียมเปิดโรงงานไปโอดีเซลแห่งที่สอง ที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี บนเนื้อที่ 30 ไร่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2561 จะมีกำลังการผลิต 2 แสนตัน/ปี จากเดิมมีโรงงานแห่งแรกที่ จ.ระยอง กำลังการผลิต 3 แสนตัน/ปี รวมเป็น 5 แสนตัน/ปี
นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้ผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์เพียงรายเดียวในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ THAIOIL ดำเนินการผลิตโดยบริษัท ไทยแฟตตี้แอลกอฮอลส์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมีขั้นพื้นฐานที่ถูกนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน แชมพู ครีมอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน จากปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต 1 แสนตัน/ปี แบ่งเป็นใช้ในประเทศ 4 หมื่นตัน ส่งออก 6 หมื่นตัน
ขณะเดียวกันจะมีการขยายโรงกลั่น กลีเซอรีน จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.2 หมื่นตันจะเพิ่มอีก 2 หมื่นตัน รวมเป็น 5.2 หมื่นตัน/ปี รวมทั้งยังมีความต้องการผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมีที่มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจง ทางบริษัทจึงหันมาเน้นการผลิตขั้นสูงหรือโอลีโอเคมีชนิดพิเศษ เช่น ผลิตแชมพูที่ทำให้ไม่แสบตาเวลาสระผม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามากขึ้น
ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ในการลงทุนเพื่อสร้างไบโอคอมเพล็กซ์ เพื่อเตรียมรุกธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ และเคมีชีวภาพ ซึ่งไบโอคอมเพล็กซ์จะเป็นศูนย์รวมธุรกิจประกอบด้วย โรงผลิตน้ำอ้อย โรงงานเอทานอล โรงงานพลังงานชีวภาพ ซึ่งผลิตจากปาล์มและอ้อย เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความสามารถการแข่งขันในระยะยาว โดยการลงทุนโรงงานผลิตในลักษณะนี้จะมีการเชื่อมโยงการใช้วัตถุดิบและระบบสาธารณูปโภคกับโรงหีบอ้อยหรือโรงหีบปาล์ม ซึ่งจะสร้างประโยชน์ร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานระหว่างผู้ผลิตและอุตสาหกรรมการเกษตร ใช้หลักการพึ่งพาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ซึ่งกันและกัน
นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทยังได้พัฒนาแหล่งวัตถุดิบปาล์มน้ำมันโดยการสนับสนุนและผลักดันกลุ่มเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้แก่ จ.สกลนคร บึงกาฬ และนครพนม ใช้หันมาทำสวนปาล์มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันใน 3 จังหวัดมีกำลังการผลิตรวม 1 แสนไร่ และทั้งประเทศมีกำลังการผลิตรวม 1.6 ล้านตัน ส่วนใหญ่มาจากภาคใต้และตะวันออก โดยได้มีการควบคุมการผลิตอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน The Roundtable on Sustainable Palm Oil หรือ RSPO ที่ส่งเสริมการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนจากธุรกิจต้นน้ำถึงปลายน้ำ







