
สินเชื่อหดหนี้เสียยังเพิ่ม
แบงก์หืดจับสินเชื่อขยายตัวต่ำ หนี้เสียเอสเอ็มอียังเพิ่ม ไทยพาณิชย์เมินเพิ่มสินเชื่อเลี่ยงตั้งสำรอง เกียรตินาคินสั่งเข้มกู้อสังหาฯ
แบงก์หืดจับสินเชื่อขยายตัวต่ำ หนี้เสียเอสเอ็มอียังเพิ่ม ไทยพาณิชย์เมินเพิ่มสินเชื่อเลี่ยงตั้งสำรอง เกียรตินาคินสั่งเข้มกู้อสังหาฯ
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังการปล่อยสินเชื่อยังจะไม่ขยายตัวมาก เนื่องจากไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้
สินเชื่อขยายตัวสูง หากสินเชื่อเติบโตมากก็จะต้องตั้งสำรองหนี้มาก
“ครึ่งปีแรกสินเชื่อเติบโต 1.3% ซึ่งเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่ 2% และรักษาระดับการตั้งสำรองหนี้อยู่ที่ 130-140% ธนาคารจะเน้นปล่อยสินเชื่อธุรกิจโรงไฟฟ้าและเทเลคอมมากขึ้น รวมทั้งจะทยอยปล่อยกู้ลูกค้ารายใหญ่ โดยล่าสุดได้มีการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อขยายการลงทุนในบรอดแบนด์วงเงิน 6,000 ล้านบาท และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำนวน 4,500 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมสราญลมวินด์ฟาร์ม ขนาด 67.5 เมกะวัตต์” นายอาทิตย์ กล่าว
นายอาทิตย์ กล่าวต่อไปว่า ธนาคารมีสภาพคล่องเหลือมาก เพราะลูกค้าทยอยชำระคืนเงินต้น การปล่อยสินเชื่อโครงการและสินเชื่อเพื่อหมุนเวียนธุรกิจลดลง เนื่องจากลูกค้าส่งออกลดกำลังการผลิต จึงต้องบริหารเงินด้วยการหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เช่น การหาเงินฝากกระแสเงินสดที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยปัจจุบันมีต้นทุนการเงินต่ำเป็นอันดับ 2 ของระบบธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งสามารถรักษาระดับผลตอบแทนต่อทุน (ROE) อยู่ที่ 16% และรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) เพื่อประคองกำไร โดยในไตรมาส 2/2559 มี NIM อยู่ที่ 3.24% ส่วนยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาส 2 อยู่ที่ระดับ 2.7%
ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในปีนี้ที่ธนาคารตั้งเป้าเครดิตคอสต์ที่ไม่เกิน 1.9% ของพอร์ตสินเชื่อ เพื่อรองรับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนถึงสิ้นปี โดยไม่จำเป็นต้องปรับเครดิตคอสต์เพิ่มอีก
“ธนาคารประเมินว่าเอ็นพีแอลครึ่งปีหลังยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกแต่ในอัตราชะลอลง ณ สิ้นเดือน มิ.ย.นี้ เอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.89% โดยตั้งเป้าเอ็นพีแอลสิ้นปีนี้ไม่เกิน 3.5-3.6% กลุ่มเสี่ยงยังเป็นลูกค้าเอสเอ็มอี สำหรับสินเชื่อในครึ่งปีแรก ขยายตัวได้ประมาณ 3% ยังเป็นไปตามแผนธุรกิจที่ตั้งเป้าหมายทั้งปีไว้ที่ 6-7% ซึ่งเชื่อว่าจะทำได้” นายปรีดี กล่าว
นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า เอ็นพีแอลในครึ่งปีแรกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 6.1% จาก 5.8% เมื่อสิ้นปี เป็นผลจากสินเชื่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มียอดคงค้างสินเชื่อราว 2 หมื่นล้านบาท ด้อยคุณภาพลง กลุ่มนี้เป็นหนี้เสียเพิ่มจาก 19.7% เมื่อปลายปี 2558 เป็น 26.4% ในครึ่งปี
ทั้งนี้ ธนาคารเปลี่ยนการจัดชั้นในเชิงคุณภาพหนี้ เพื่อตั้งสำรองให้รัดกุมทำให้หนี้เสียเพิ่ม หลังจากเห็นลูกค้าที่เริ่มมีสัญญาณอ่อนแอ เช่น ปิดโครงการล่าช้ากว่าแผน ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านแนวราบ โดยตั้งเป้าลดเอ็นพีแอลรวมลงประมาณ 1% เหลือ 5.1% ภายในสิ้นปีและลดเป้าหมายสินเชื่อรวมในปีนี้ลงจาก 15% เหลือ 0-5%







